อัรบะอีน : ทำไมการรำลึกนี้จะต้องมีต่อไปอีกสี่สิบวัน? (ตอนจบ)

723
แท้จริงทุกกิจการงานขึ้นอยู่กับเจตนา

เนียตของเราที่พร้อมที่จะพลี เหมือนกับการพลีที่กัรบะลาอฺ เราก็จะได้รับผลบุญทั้งหมดของบุคคลที่ได้พลีเหมือนกับอิมามฮุเซน(อ) เหมือนกับบรรดาอัศฮาบของอิมามฮุเซน(อ)…. บางครั้งแค่เนียตของมนุษย์ที่พร้อม อัลลอฮฺ(ซบ) ก็จะตอบแทนทั้งหมดให้กับเขา เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้รับเตาฟีกอันนั้น หรือ สถานการณ์ ดินแดนที่เขาอยู่อาจจะยังไม่ถึงสิ่งนั้น เนียตบางครั้งให้เรามีจิตวิญญาณอันนั้นอยู่

เหมือนกับคำพูดของท่าน ญาบีร บินอับดุลลอฮฺ อัล อันศอรี ไปพูดที่หน้ากุโบร์ของท่านอิมามฮุเซน(อ) ในวันอัรบะอีน เมื่อครบสี่สิบวัน ในปีที่สองหลังจากเหตุการณ์ เพราะว่า กองคาราวานของอะฮฺลุลบัยตฺ(อ) ถูกกักขังอยู่ในซีเรียเกือบปี ตลอดการเดินทาง ท่านหญิงซัยนับมาถึงกัรบะลาอฺ ในอัรบะอีนปีที่สอง

ริวายะฮฺที่ได้รับการยอมรับกันส่วนมาก คือ มาถึงกัรบะลาอฺในอัรบะอีนปีที่สอง และในปีเดียวกันนั้น ท่านญาบีร บินอับดุลลอฮฺ อัล อันศอรี หนึ่งใน อัครสาวกที่ยิ่งใหญ่ของท่านศาสดา(ซ) และเกือบจะเป็นสาวกคนสุดท้ายของท่านศาสดาที่ยังมีชีวิตยืนยาว ก็ได้เดินทางมาจากมะดีนะฮ์ มาซิยารัต อิมามฮุเซน ที่กัรบะลา ญาบีรซึ่งเป็นคนแก่เป็นอย่างมาก อายุประมาณ ๘๐-๙๐ ปีแล้ว ได้ไปยืนที่หน้าหลุมศพของอิมามฮุเซน(อ) ญาบีร ไปถึงที่กัรบะลาก่อน และญาบีรได้ทำการซิยารัตอิมามฮุเซน(อ) โดยการไปอาบน้ำที่แม่น้ำฟูรอต (ยูเฟรติส) อุลมาอ์ได้บอกว่าการซิยารัตมีอยู่ ๒ รูปแบบ

รูปแบบที่หนึ่ง การซิยารัตแบบญาบีร คือให้ไปอาบน้ำที่แม้น้ำฟูรอต แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่น้ำหอม นั้นคือ มุสตะฮับ ก่อนเข้าฮะรอม ให้ทำเช่นนี้ เมื่อเสร็จก็เข้าไปยังกุโบร์ของท่านอิมามฮุเซน(อ) ในซิยารัต คำคำหนึ่งที่ญาบีรได้บอกกับอิมามฮุเซน (อ) ซึ่งถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

لقد شاركنا فيكم

เราขอมีส่วนร่วม ในการกระทำของท่าน

เราขอมีส่วนร่วมในการกระทำ ในการพลีของท่าน ญาบีรพูดกับท่านอิมามฮุเซน(อ) พูดกับอัศฮาบกัรบะลาอฺ ว่า เพราะเนียตของฉันและเนียตของอัศฮาบของฉันที่ฉันพามาในวันนี้ คือ เนียตเดียวกับท่าน เราพร้อมที่จะพลีเพื่อท่าน ดังนั้น ฉันขอที่จะมีผลบุญ… ฉันเนียตถึง ฉันจะมาไม่ถึง ฉันยังไม่ได้ข่าว ฉันได้เนียต…ว่าฉันได้ร่วมในวีรกรรมอันนี้ ฉันเห็นด้วยกับวีกรรมอันนี้ ถ้าฉันอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ฉันก็จะต้องพลีแบบนี้ แต่ทว่า วันนี้ฉันไม่ได้รับเตาฟีก ดังนั้น ฉันก็คือผู้ที่ร่วมในผลบุญอันนี้ด้วย และนั้นคือ หนึ่งในเหตุผลของการฝึกฝนและการรับรู้เรื่องราว กัรบะลา ถ้าเราไม่ได้ปฏิบัติ เราก็คือหนึ่งในผู้ที่ร่วมรับ ผลบุญอันยิ่งใหญ่ของวีรกรรมอันนี้

และในขณะที่ญาบีร อ่านซิยารัตอยู่ จากนั้นท่านก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม ของอีกกองคาราวานหนึ่งมาแต่ไกล ซึ่งท่านได้พาภรรยาท่านไปด้วย คือ อาตียะฮ์ ท่านก็ได้ถามท่านหญิงอาตียะฮ์ ว่า เสียงอะไรโอ้อาตียะฮ์เอ๋ย!

อาตียะฮ์ก็ตอบว่า คล้ายกับว่ากองคาราวานกำลังมา

เมื่อท่านญาบีรได้ยินดังนั้น ก็บอกว่า โอ้อาตียะฮ์ เข้าไปดูสิว่า กองคาราวานของใคร????

เมื่ออาตียะฮ์ เข้าไปดูก็บอกว่า เป็นกองคาราวานของบนีฮาชิม กองคาราวานของเชลยศึกที่มาจากซีเรีย ภายใต้การนำของท่านหญิงซัยนับ (อ)

เมื่อท่านญาบีร ได้ยินดังนั้น ก็บอกว่า เราถอยออกไปเถิด ตรงนี้นั้นไม่ใช่ที่ของเราแล้ว ตรงนี้เป็นที่ของบรรดาลูกหลาน ของบรรดาที่เขามีสิทธิอย่างแท้จริง ที่จะแสดงความรัก แสดงความอาลัย แสดงการซิยารัตได้เยี่ยมเยียน

เมื่อท่านญาบีร ได้ออกไป กองคาราวาน ของอะฮฺลุลบัยตฺ(อ) ก็ได้มาถึงกุโบร์ของท่านอิมามฮุเซน(อ) ทุกๆ คนไม่มีใครไปที่แม่น้ำฟูรอตเพื่ออาบน้ำ ไม่มีใครเปลี่ยนเสื้อ ไม่มีใครใส่น้ำหอม ทุกคนนั้นได้ล้มฟุบลงไปในแต่ละหลุมฝังศพ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง บุคคลที่เป็นแม่ของบรรดาชูฮาดา ก็ล้มไปที่หลุมศพของลูก บรรดาภรรยาก็ล้มไปที่หลุมของสามี

ดังนั้น บรรดาอุละมาอฺจึงบอกว่า การซิยารัต อิมามฮุเซน มี ๒ รูปแบบ รูปแบบแรก แสดงโดยท่านญาบีร คือการเปลี่ยนเสื้อ ใส่น้ำหอม

และ รูปแบบที่สอง มุสตะฮับเช่นกัน คือ รูปแบบของท่านหญิงซัยนับ เมื่อท่านหญิงมาถึงท่านหญิงไม่ได้ลงจากอูฐในภาวะปกติแต่ท่านทิ้งตัวลงมาจากหลังของอูฐแล้วลงไปที่กุโบร์อิมามฮุเซน(อ) พร้อมกล่าวว่า

ยาอะบาอับดิลลาฮฺ โอ้พี่จ๋า! วันนี้ซัยนับกลับมาแล้ว

ท่านหญิงได้ล้มฟุบลงไปยังบนสุสาน โดยเสื้อที่เปื้อนฝุ่นและเปื้อนทราย ตลอดเส้นทางของทะเลทราย หลังจากที่ได้กอดกุโบร์แล้วร้องไห้ฟูมฟาย จนกระทั่งระยะเวลาหนึ่งท่านหญิงก็ได้ยืนและทำการรายงานผลของการเดินทางของกองคาราวานอันนี้

โอ้พี่จ๋า !! หลังจากที่พี่จากไป พวกเขาได้ล่ามโซ่พวกเรา

โอ้พี่จ๋า! ลูกๆ หลานๆ ถูกล่ามโซ่แล้วพวกมันได้ลากพวกเราไปยังเมืองกูฟะฮฺตลอดเส้นทาง พวกเขาได้ทุบตีฉันและเด็กๆ ไปตลอดเส้นทาง

โอ้พี่จ๋า!! เมื่อกองคาราวานของพวกเราได้เข้าไปยังเมืองกูฟะฮ์พวกเขาได้ขว้างก้อนหินเป็นการต้อนรับพวกเรา

โอ้พี่จ๋า !! หลังจากเมืองกูฟะฮ์ เขาได้นำเราเข้าสู่เมืองซีเรีย

ท่านหญิงซัยนับได้รายงานตลอดเส้นทางของการเดินทาง เมื่อเราเข้าไปยังซีเรียพวกเขาก็ต้อนรับเรา แบบเดียวกับชาวกูฟะฮฺ แต่มันมากกว่านั้น

โอ้พี่จ๋า!!!!! ไม่เพียงแต่ก้อนหินเท่านั้น บางบ้านนั้น เขาได้เผาถ่านแล้วเขาได้สาดมาที่กองคาราวาน ของพวกเรา

(จนมีริวายะฮฺบทหนึ่งว่า เถ้าถ่านที่ติดไฟนั้นได้หล่นลงไปบนศีรษะของท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน(อ) ตกไปบนอามาม่าของท่าน และไฟก็ค่อยๆ ติดผ้าอามาม่า (ผ้าสะระบั่น) ของท่านอิมาม ซึ่งในสภาพที่อิมามถูกมัดมือมัดเท้า อิมามจึงไม่สามารถเอามือไปสะบัดกองไฟนั้นออกไปได้)

โอ้พี่จ๋า !!!! นี้คือสิ่งที่พวกเขากระทำ

โอ้พี่จ๋า ! พวกเขาได้เอาเราไปขังไว้ที่บ้านร้างหลังหนึ่งนอกเมืองซีเรีย

โอ้พี่จ๋า!! ณ ที่แห่งนั้น เขาได้เปิดผ้าห่อศีรษะของพี่ ให้รุกัยยะฮฺ ดู

โอ้พี่จ๋า! รุกัยยะฮฺ ได้กอดศีรษะ ของพี่

โอ้พี่จ๋า ! สิ่งหนึ่งที่ซัยนับได้ทำผิดสัญญา คือ การกลับมาซิยารัตครั้งนี้ ซัยนับไม่ได้เอารูก็อยยะฮฺกลับมาด้วย

โอ้พี่จ๋า ! ถ้าตรงนี้ไม่มีคนที่ไม่ใช่มะฮฺรอมอยู่แล้ว ฉันจะถอดเสื้อให้พี่ดู ว่า พวกมันได้ทำอะไรกับร่างของฉันบ้าง

พี่น้อง!! คนผู้หนึ่งต้องถูกทุบตีสักขนาดไหนกันที่แผลนั้นยังมีอยู่นับเป็นเวลายาวนาน ที่สามารถได้เห็นร่องรอยที่พวกมันได้ทุบตีร่างกายท่านหญิงซัยนับ และแต่ละคนได้รำพึงรำพัน พร้อมกับการร่ำร้อง โอ้พี่น้อง !!!

อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ) มองแล้วว่า ถ้าปล่อยให้ลูกหลานและบรรดาสตรี มีอาการเช่นนี้ ทุกคนอาจจะต้องเสียชีวิตกับการตรอมใจ! อิมาม(อ) จึงมีคำสั่งให้ทุกคนเตรียมตัว เพื่อเดินทางต่อ บอกกล่าวว่า เราจะต้องเดินทางต่อ จะต้องกลับไปยังเมืองมะดีนะฮ์ และเมื่อค่อยๆ ปลอบประโลมทีละคน และค่อยๆ ให้ทุกคนขึ้นบนหลังม้า

แต่เมื่อก่อนจะออกเดินทาง ท่านหญิงรุบ๊าบ บอกว่า โอ้เมาลา! ฉันไม่ ขอไป ฉันขออยู่ที่นี่ มีคนหลายคนที่พยายามยื้อท่านหญิงรุบ๊าบ แต่ท่านไม่ยอมไป

อิมามซัยนุลอาบิดีน จึงได้ลงมาจากหลังม้า และถามรุบ๊าบ ว่าทำไม??

ท่านหญิงรุบ๊าบ ตอบว่า ฉันจะไปได้อย่างไร ในเมื่อสามีของฉันถูกฝังอยู่ตรงนี้ ฉันขออยู่ที่นี้เถิด โอ้ เมาลา! ฉันขอรำลึกถึงฮุเซน ฉันขอรำลึกถึงมุซีบัตของท่าน

อิมามซัยนุลอาบิดีน ได้เห็นว่า ท่านหญิงรุบ๊าบได้ยืนยันอย่างมั่นคง เพราะความรักที่มีต่อสามี รุบ๊าบคือผู้ที่เห็นทุกอย่าง เห็นธนูที่ปักไปยังคอหอยของอาลีอัซกัร เห็นการเชือดเฉือนสามีของนาง ดังนั้น อิมามซัยนุลอาบิดีนจึงอนุญาตให้ท่านหญิงรุบ๊าบนั้นอยู่ต่อ และได้สั่งคนให้ตั้งกระโจมขึ้นมาเพื่อให้ท่านหญิงรุบ๊าบอยู่ที่นี่สักพักหนึ่ง จนกระทั่งนางพึงพอใจ เมื่อท่านหญิงรุบ๊าบได้ยินคำว่า กระโจม!!!! ก็ได้ถามอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) ว่า โอ้เมาลา เอากระโจมมาทำไม? ฉันไม่ต้องการกระโจม!!

อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ) ก็ได้ถามท่านหญิงรุบ๊าบ ว่า ทำไมต้องการเช่นนี้???? ท่านหญิงก็ตอบว่า โอ้เมาลา ท่านไม่เห็นดอกหรือ ในตอนเที่ยงวันอาชูรอ บรรดาชูฮาดาก็ได้นอนตากแดดบนแผ่นดินนี้จนพระอาทิตย์ตกดิน

โอ้เมาลา ไม่เห็นดอกหรือ เมื่อเราได้เดินทางออกไป บุคคลเหล่านี้ก็ได้นอนตากลมในตอนกลางคืน โดยที่ร่างของพวกเขาไม่มีสิ่งใดปกปิดเลย แล้วฉันจะเฝ้าอะบาอับดิลลาฮ์โดยมีกระโจมได้อย่างไรหรือ??????

ฉันขอสัมผัสรสชาติของความทุกข์ทรมานในแผ่นดินนี้ด้วยเถิด !!

 

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. เนื้อหาบางส่วนในหนังสือ ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ เล่ม 1 (มัจญลิส อัรบะอีน) ๑๓ มกราคม ๒๕๕๕ บรรยายโดย… ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….