“อัยยามุลฟาฏิมิยะฮ์” รำลึกถึงประมุขสตรีแห่งสากลจักรวาล [ตอนที่ 6]

7

อัยยามุลฟาฏิมิยะฮ์ รำลึกถึงประมุขสตรีแห่งสากลจักรวาล [ตอนที่ 6]

📝บางส่วนจากการบรรยายโดย ฮุจญตุลอิสลามฯ ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี
________________
[เนื้อหาต่อจากตอนที่ 5]

•••เมื่อท่านอิมามอาลี(อ)กลับมาบ้าน ในทุกครั้งที่เจอท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) นางจะให้สลาม หลังจากทักทายแล้ว ท่านอิมามอาลี(อ)ก็จะกล่าวกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)ว่า…

‎(بأبی انت و امی)“บิอาบีอันติวะอุมมี”

เป็นคำๆหนึ่ง ซึ่งมีริวายัตเข้ามาเป็นจำนวนมาก

‎“بابي انت وامي”ในภาษาอาหรับ คือ….

“ โอ้ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ) เอย !!!
ขอให้บิดาและมารดาของฉัน ได้พลีเพื่อเธอด้วยเถิด ”
ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ) ในฐานะภรรยา มีความยิ่งใหญ่ มีความประเสริฐแบบไหน?? ท่านหญิงเป็นภรรยาแบบไหน?? อย่างไร??

ทำไม ผู้เป็นสามีที่เป็น سید الوصیی‌สามีที่เป็นประมุขแห่งบรรดาวะซีทั้งมวล ถึงขั้นจะต้องกล่าวกับนางว่า
‎ “بابي انت وامي”

เราไม่ต้องไปหาคำตอบที่สูงไกลเกินกว่าที่เราจะเอื้อมเข้าไปถึง

🔻ทำไมอัลลอฮฺ(ซบ.) ท่านรอซูลลุลลอฮฺ (ศ็อลฯ)และบรรดาอิมาม(อ.) จึงบอกความยิ่งใหญ่ให้กับสตรีผู้นี้ ??

หนึ่งในคำตอบที่สำคัญที่ยิ่งใหญ่ และคำตอบนี้จะมีประโยชน์กับเราทุกๆคน ก็คือ วิถีชีวิตทุกรูปแบบของสตรีผู้นี้ เป็นวิถีชีวิตที่เป็นบ่าวของ อัลลอฮ(ซบ) ที่สมบูรณ์

▪️ท่านหญิงมีวิถีชีวิต ในสถานะที่เป็นบ่าวของ อัลลอฮฺ(ซบ.)ที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

▪️ ท่านหญิงมีวิถีชีวิต ในสถานะเป็นบุตรีของท่านนบี(ศ็อลฯ) ท่านหญิงเป็นบุตรีของท่านศาสดาที่สมบูรณ์ เพราะทุกอิริยาบท ทุกความเคลื่อนไหว สร้างความพอใจให้กับท่านศาสดา ท่านหญิง เป็น ‘แก้วตาดวงใจ’ของท่านศาสดา

คำว่า ‘แก้วตาดวงใจ’ หมายถึง มองไปกี่ครั้ง มองไปกี่หน ก็มีความสุข ไม่มีตำหนิ ไม่มีที่ติใดๆ ถึงจะเรียกว่า แก้วตาดวงใจ

ถ้ามองไปแล้วเหมือนมีหนามในตา จะเรียกว่า แก้วตาดวงใจไม่ได้ ฉะนั้น หนึ่งในฉายาของท่านหญิงฟาฏีมะฮ์ (อ)กับท่านนบี(ศ็อลฯ) คือ…
‎یا قرة عینی คือ “โอ้ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของฉัน”

➡️ แน่นอน การเป็นแก้วตาดวงใจ คือ วิถีชีวิต ทุกย่างก้าวของวิถีชีวิต ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย อัลกุรอ่านมีเป็นพันเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ไม่ว่าคำสั่งสอนของท่านรอซูลุลลอฮ(ศ็อลฯ) ซึ่งบางคำสั่งสอนนั้นไม่ใช่ง่ายที่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป สามารถจะปฏิบัติได้ ถ้าไม่เห็นแบบอย่าง สิ่งต่างๆของการปฏิบัติเหล่านั้น ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)จะเป็นผู้ปฏิบัติสิ่งนั้นอย่างสมบูรณ์ขั้นสูงสุด อย่างไม่มีที่ตำหนิ คือ ไม่มีใครสามารถทำได้ดีกว่านี้แล้ว

ในคำสั่งสอนที่ศาสดานำมาให้แก่มวลมนุษยชาติ เหตุผลอันหนึ่งที่เราจะต้องบอกว่า กล่าวกันไปกี่ครั้ง ก็ไม่มีวันหมด ตัวอย่างเช่น เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ(ศ็อลฯ)นำบทบัญญัติแห่งฮิญาบลงมา

แน่นอน !!! ฮิญาบมีมากมาย หลายชั้น หลายรูปแบบ เพราะฮิญาบในบริบทของอะห์กามอย่างหนึ่ง ในบริบทของอัคลากอีกอย่างหนึ่ง ฮิญาบในบริบทของอิรฟานก็อีกอย่างหนึ่ง ในคำสั่งของศาสนาจะมีอยู่ทุกที่ อยู่ที่ว่ามนุษย์จะปฏิบัติคำสั่งสอนนี้ได้ระดับไหน

เพียงอะห์กามก็อัลฮัมดุลิลละฮ์ สูงไปกว่านั้นอัคลาก สูงไปกว่านั้นปฏิบัติในความหมายในบริบทของอิรฟาน

▪️ขอยกตัวอย่าง ท่านหญิงฟาฏีมะฮ์ (อ) เรื่องฮิญาบ

ทำไม ถึงกลายเป็น ‘แก้วตาดวงใจ’ของท่านรอซูลุลลอฮ(ศ็อลฯ)

ท่านหญิงไม่ใช่ว่า จะเอาผ้าคลุมหัวผืนหนึ่งมาปิดแล้ว จะทำอย่างไรก็ได้ พวกเราส่วนมากก็จะอยู่ในฮิญาบแบบนั้น หนักไปกว่านั้นซึ่งไม่ต้องพูดถึง ฮิญาบบางคนกับการไม่ใส่ฮิญาบก็ไม่มีความแตกต่างกัน

ฮิญาบ คือการปกปิด ไม่ใช่เพียงการปกปิดเส้นผม

ฮิญาบ คือ การปกปิดเรือนร่างของสตรี การปิดเรือนร่าง

🔹ฮิญาบในบริบทของอะห์กาม

ในความหมายของอะห์กาม คือ ถ้าเรายังใส่ฮิญาบ ยังเห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง ของเอว ของหน้าอก ของร่างกาย ยังรัดแขน ถือว่าฮิญาบนั้น ยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง ไม่ใช่เป้าหมายของอะห์กาม ซึ่งรายละเอียดมีอธิบายในอะห์กาม เพราะเมื่อเราเข้าใจว่า ฮิญาบ คือ การปิดผม เราจึงเข้าใจไปเองว่าฮิญาบใส่เสื้อแขนสั้นได้ ความจริงแล้วไม่ถูกต้องตามหลักอะฮ์กาม !!!

อัลฮัมดุลิลละฮ์…พวกเราที่มีความรักต่อท่านหญิงฟาฏีมะฮ์ (อ)อาจจะไม่ไปถึงขั้นแบบนั้น แต่มาตรฐานก็ยังต่ำอยู่ เมื่อเราปฏิบัติศาสนาได้เพียงอะห์กาม เราก็เป็นมุสลิมในชั้นนั้น

หากเราไม่รู้จักท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)ในมุมมองของอัคลาก เราจะไม่มีวันรู้จักท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)ในมุมมองของอิรฟานและการมีมะรีฟัตที่ลึกซึ้ง

🔹ฮิญาบในบริบทของอัคลาก

ตัวอย่างของสตรี

เมื่อมีบทบัญญัติแห่งฮิญาบ ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)แสดงฮิญาบ คือการปกปิด

ถ้าเราพูดแค่เพียงผืนผ้า ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ)ไปไกลมากมายหลายเรื่องที่ให้ความหมายของคำว่า ฮิญาบ แม้แต่เรื่องคนตาบอดปรากฏตัว

นี่คือ ที่มาของคำๆหนึ่ง ของท่านรอซูลุลลอฮ(ศ็อลฯ)…

เมื่อมีคนตาบอดมาเยี่ยมท่านนบี ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ซึ่งยังไม่ได้แต่งงาน เป็นหญิงสาวอยู่ ได้หลบไปข้างหลังแล้วรูดผ้าม่าน

ท่านนบี(ศ็อลฯ)ก็ทราบแล้วว่าคืออะไร เพื่อต้องการที่จะทิ้งประโยคนี้ ให้คงไว้ให้กับเหล่าสตรี ที่มีความรักต่อบรรดาอะฮ์ลุลเบต(อ)ให้ได้ยิน ให้ได้ฟัง

ท่านนบี(ศ) ก็หันมาบอกกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ)ว่า

‘เขาตาบอดนะลูก’

สรุปสำนวน ‘เขาตาบอดนะลูก’ หมายความว่า ไม่ต้องออกไปหรอก ซึ่งท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)คลุมฮิญาบอยู่แล้ว

ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)ตอบว่าอย่างไร ???

ท่านหญิงตอบว่า “ใช่เขาตาบอด แต่จมูกของเขายังได้กลิ่น”

ได้กลิ่นไอของสาวอยู่ พูดง่ายๆ คือ ฉันไม่รัก ฉันไม่ชอบแม้แต่ที่จะให้ชายหนุ่มแปลกหน้านั้นได้กลิ่นไอ จากร่างกายของฉัน

เมื่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)พูดจบ ท่านนบี(ศ)ตอบว่า….

‎ “بابي انت وامي” หมายความว่า แบบนี้สิ!!! คือ มุสลิมะฮ์ที่ฉันต้องการ ที่ฉันจะสอนและจะบอก แต่แบบนี้บังคับเป็นอะห์กามไม่ได้

ซึ่งถ้าเรายังบอกว่า ยังอยู่ในขั้นบริบทของอัคลาก เมื่อใครปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะได้รางวัล

นี่คือ รางวัลจากศาสดา

นี่เป็นที่มา “بابي انت وامي”

‘ขอให้พ่อของฉัน แม่ของฉันได้พลีเพื่อเจ้าด้วยเถิด โอ้ลูกรัก!!! ‘

ไม่ใช่ว่าเพราะท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ)มีเชื้อสาย เพราะเชื้อสายของศาสดานั้นมีเกียรติอยู่แล้ว แต่ถ้าการกระทำไม่สมเกียรติ ก็ยังไม่มีเกียรติเท่าที่ควร

แต่ที่ท่านหญิงได้รับคำสรรเสริญ ได้รับคำประกาศที่ยิ่งใหญ่ของศาสดา เพราะมาจาการกระทำ ซึ่งเรื่องราวในลักษณะนี้ เล่าอย่างไรก็ไม่มีวันหมด•••

[โปรดติดตามตอนต่อไป]
___________
Website : syedsulaiman. com
Facebook : @syedsulaiman.th
Instagram : @syedsulaiman_thailand
YouTube : Syedsulaiman. com