“อัยยามุลฟาฏิมิยะฮ์” รำลึกถึงประมุขสตรีแห่งสากลจักรวาล [ตอนที่ 5]

13
อัยยามุลฟาฏิมิยะฮ์ รำลึกถึงประมุขสตรีแห่งสากลจักรวาล [ตอนที่ 5]
📝บางส่วนจากการบรรยายโดย ฮุจญตุลอิสลามฯ ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี
________________
••• บรรดาอาอิมมะฮ์(อ)ก็เช่นเดียวกันกับท่านศาสดา(ศ็อลฯ) มีคำพูดของบรรดาอาอิมมะฮ์(อ)ที่ชี้ให้เห็นถึงสถานภาพของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ)ให้เราเข้าใจ เพราะความยิ่งใหญ่ ความประเสริฐของสตรีผู้นี้ นั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน เกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าไปแตะ เข้าไปสัมผัส เข้าไปทำความเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ ท่านอิมามเกือบทุกท่านได้ประกาศยืนยันสิ่งนี้
‎نحن حجه الله علی الخلق
‎نحن حجة الله علی الناس
‎علیکم
แต่ท่านอิมามจะพูดในต่างกรรมต่างวาระด้วยสำนวนที่แตกต่างกัน บอกกับสาวกบอกกับผู้ศรัทธา บางครั้งบอกว่า
‎ نحن حجه الله علیکم
“เราคือ บรรดาฮุจญัตของอัลลอฮ หมายถึง อะห์ลุลเบตเหนือพวกเจ้า”
หรือบางครั้งบอกว่า…
‎نحن حجة الله علی الخلق
“เราคือ ฮุจญัตของอัลลอฮ เป็นสิ่งถูกสร้างทั้งหมดบนมัคลูกทั้งหมด”
อาอิมมะฮ(อ)ไม่ได้เป็นฮุจญะตุลลอฮสำหรับชีอะห์เพียงอย่างเดียว แต่เป็น حجة الله علی الخلق
เมื่อใช้คำว่า (الخلق) “คอล์ก” คือ ทุกสรรพสิ่ง บรรดาอิมามเป็นฮุจญาตุลลอฮเหนือสรรพสิ่ง
บางครั้งใช้คำว่า…
‎(علی الناس)“อาลัน นาส” เหนือมวลมนุษยชาติ อะฮ์ลุลเบตโฟกัสไปยังมนุษย์โดยเฉพาะ แต่ทุกประโยคในลักษณะนี้จะจบด้วยคำว่า
‎»وفاطمة حجة الله علینا«
“แต่ท่านหญิงฟาฏีมะฮ์ (อ)นั้น เป็นฮุจญะตุลลอฮเหนือเรา”
หมายความว่าท่านหญิงฟาฏีมะฮ์(อ)มีวิลายัตเหนือบรรดาอาอิมมะฮ์(อ)
เมื่อบอกว่า(علی الخلق) “อาลัล คอล์ก” ซึ่งต่างกรรมต่างวาระ ความหมายก็แตกต่างกัน เมื่อบอกว่า ((حجة الله علی الخلق))“ฮุจยาตุลอาลัลคอล์ก” หมายความรวมทั้งหมด รวมถึงมะลาอีกัต ก็คือ มัคลูก
ดังนั้น บรรดามวลมะลาอีกะฮ์ ก็อยู่ในวิลายัตของบรรดาอะห์ลุลเบต(อ) ทั้งหมดทุกสรรพสิ่ง เว้นแต่อัลลอฮ(ซบ) ทุกสรรพสิ่งอยู่ในวิลายัต/ อยู่ในการบังคับบัญชาของบรรดาอะห์ลุลเบต(อ)ทุกสรรพสิ่ง
🔻ถ้าเราเอาฮะดิษ ( و علی الخلق )“วะอาลัลคอล์ก” ทุกสรรพสิ่ง
“คอล์ก”คือมัคลูก สิ่งที่ถูกสร้าง แต่ในเวลานั้น อะห์ลุลเบตประกาศว่า ท่านหญิงฟาฏีมะฮ (อ)นั้นเป็น ((حجة الله علینا))ฮุจญะตุลลอฮอาลัยนา
มีวิลายัตเหนือเรา เหนือบรรดาอะห์ลุลเบต(อ)
ซึ่งแน่นอน โดยสติปัญญา ในความรู้ที่เรามีอยู่นั้น ไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงฮากีกัตของความหมายที่แท้จริงได้
เมื่อเราเข้าใจตรงนี้ เราจึงจะเข้าใจบทบาทและการกระทำของท่านนบี การแสดงของท่านอิมามอาลี(อ)
การจูบมือของท่านนบี การลุกขึ้นยืนให้เกียรติของท่านนบีต่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)
การที่ท่านนบี (ศ็อลฯ) ได้ให้ฉายานามว่า นางคือ “อุมมุลอาบีฮา” (มารดาของบิดา) เพราะบางครั้งในสายตาของมนุษย์โดยปกติธรรมดานั้น แน่นอนลูกก็ต้องต่ำกว่า แต่พ่อเป็นศาสดา และนี่คืออีกหนึ่งความหมาย ที่ต้องการที่จะสื่อภาพไปว่า จะไปมองแบบนั้นไม่ได้…
ท่านนบีมูฮัมมัด(ศ็อลฯ)จึงบอกว่านี้คือ “แม่ของฉัน”
ทั้งๆที่ในโลกแห่งความเป็นจริง ในโลกแห่งดุนยาเป็นลูกของฉัน เพื่อต้องการที่จะลบภาพ ที่ต้องการที่จะคงไว้ซึ่งสถานภาพอันยิ่งใหญ่อันสูงส่ง
เป้าหมายที่แท้จริง คือ ต้องการไม่ให้เรามองท่านหญิงฟาฏีมะฮ์ (อ)นั้นด้อยกว่าผู้ใด แม้แต่กับบรรดาอะห์ลุลเบต แม้แต่กับบรรดาศาสดา แม้แต่กับท่านนบีมูฮัมมัด(ศ็อล)
นี่คือ เป้าหมายอันหนึ่ง โดยเฉพาะยุคญาฮีลียะฮ์ยุคนั้น สตรีได้ถูกมองว่าด้อยค่า
อะไรคือ ความยิ่งใหญ่ของสตรีผู้นี้?
ที่อัลลอฮ(ซบ.) ที่ท่านรอซูลุลลอฮ(ศ็อล)ได้มอบความยิ่งใหญ่ ให้กับสตรีผู้นี้ และที่สามีอย่างท่านอิมามอาลี(อ)ได้มอบความยิ่งใหญ่ให้นาง
ซึ่งแน่นอน ข้อปฏิบัติตัวของท่านอิมามอาลี(อ)ที่มีต่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ก็มีรูปลักษณะเดียวกันกับบรรดาอิมามท่านอื่นหรือบรรดาศาสดาปฏิบัติ
อีกหนึ่งตัวอย่าง ซึ่งเรามีริวายัตยืนยันทุกครั้ง เมื่อท่านอิมามอาลี(อ)กลับมาบ้าน ในทุกครั้งที่เจอท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) นางจะให้สลาม หลังจากทักทายแล้ว ท่านอิมามอาลี(อ)ก็จะกล่าวกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)ว่า…
‎(بأبی انت و امی)“บิอาบีอันติวะอุมมี”
เป็นคำๆหนึ่ง ซึ่งมีริวายัตเข้ามาเป็นจำนวนมาก
‎“بابي انت وامي”ในภาษาอาหรับ คือ….
“ โอ้ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ) เอย !!!
ขอให้บิดาและมารดาของฉัน ได้พลีเพื่อเธอด้วยเถิด ” •••
[โปรดติดตามตอนต่อไป]
___________
Website : syedsulaiman. com
Facebook : @syedsulaiman.th
Instagram : @syedsulaiman_thailand
YouTube : Syedsulaiman. com