ขอความสันติสุข ความจำเริญแด่ท่านศาสดามุฮัมหมัด(ศ็อลฯ) ขอแสดงความเสียใจมายังพี่น้องมุสลิมทุกท่าน เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ 10 มุฮัรรอม 1448

โดยปีนี้เป็นมุฮัรรอมปีแรกที่ ไม่มีอดีตท่านผู้นำ อิมามมุชะฮีด อิมามซัยยิดอะลี คามาเนอี ของเราเป็นปีแรกที่ชีอะฮสูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนบิดาที่ยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือนบิดาของอุมมะฮ์ เปรียบเสมือนบุคคลที่เคยปกป้องวิลายัตแนวทางของอิมามอะลี บินอาบีฏอลิบ (อฺ)

ในวันอาชูรอเป็นอีกหนึ่งบททดสอบ ที่ปีนี้ที่เราได้เข้าใจถึงการสูญเสีย ถึงความเจ็บปวดมากกว่าทุกปี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 40 วันนั้น คือบทพิสูจน์หลายอย่างเช่นเดียวกันที่ขบวนการของอิมามฮุเซน (อ.) ยังคงเป็นอมมตะ แบบแผนวิถีแห่งการต่อสู้ของอิมามฮูเซน (อฺ) ยังคงเป็นอมตะ ซึ่งถูกแสดงโดยบุคคลที่ประเสริฐที่สุดในยุคสมัยของเรา ชะฮีดดุลกอเอ็ด อิมามคามาเนอี ของเรา แต่วาทกรรมสำคัญที่เกิดขึ้น ซึ่งการเป็นชะฮีดไม่ใช่จุดจบของหนทางนี้ แต่การเป็นชะฮีด คือเครื่องรับประกันว่า หนทางนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง เข้มแข็งและแข็งแกร่ง !!!!!

จึงอยากจะนำเสนอประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องอาชูรอที่ ชะฮีดผู้นำของเราได้บรรยายไว้ในหลายวโรกาสด้วยกัน เพื่อเป็นพลังให้พวกเราในการขับเคลื่อนในหนทางนี้อย่างมั่นคงต่อไป ซึ่งบรรดานักวิชาการได้หยิบยกมาหลายข้อ

ท่านชะฮีดผู้นำของเราได้กล่าวว่า

“อาชูรอและกัรบาลาอฺ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางด้านศาสนาแต่เพียงเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อปฏิรูปการเมืองในยุคสมัยนั้นแต่เพียงเท่านั้น แต่อาชูรอ และกัรบาลาอฺ เป็นเหตุการณ์หนึ่งมีศักยภาพที่สูงสุด เป็นศักยภาพที่จะสร้างมวลประชาบนแนวทางของท่านศาสดา เป็นขบวนการที่จะสร้างวัฒนธรรมอิสลามอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้น และอาชูรอเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่คอยขับเคลื่อนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในแนวทางที่ถูกต้อง และเหตุการณ์แห่งอาชูรอ-กัรบาลาอฺนี้ ยังคงดำเนินต่อไปตราบจนวันแห่งการปรากฏของท่านอิมามะฮดี(อฺ) หมายถึงผู้ใดก็ตาม ที่นอกเหนือจะสร้างการปฏิรูปทางสังคม ระบอบการเมืองการปกครองได้แล้ว และยังสามารถสร้างวัฒนธรรมอิสลามที่แท้จริงให้เกิดขึ้น และหล่อหลอมตนเองให้เข้ากับเป้าหมายที่แท้จริงของอิสลาม

ทำไมท่านถึงกล่าวว่า ต้องนอกเหนือจากการปฏิรูปทางการเมือง

เพราะว่ารัฐบาลที่ดีที่สุด ที่ประเสริฐที่สุด คือรัฐบาลของท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ที่จัดตั้งที่มะดีนะฮฺ ภายหลังจากการสถาปนารัฐอิสลามของท่านศาสดาแล้ว หรือ ฮูกูมียะฮฺ โดยท่านศาสดาแล้ว รัฐที่ถอดแบบอัลกุรอานและมาปกครองมวลประชาคือ รัฐบาลฮูกุมะฮของอิมามอะลี ยิบนิอะบีฏอลิบ ฮูกุมียะฮ์ที่ผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม คามเสมอภาค ความทัดเทียมต่อกัน รัฐบาลที่คอยช่วยเหลือ ผู้ขัดสน ผู้ยากไร้ หญิงหม้าย และเด็กกำพร้า และผู้ที่มีปัญหาต่างๆ ทางสังคม และหลังจากนั้น ผู้ใดก็ตามที่ต้องการจะจัดตั้งฮุกุมะฮหนึ่งขึ้นมา หรือจัดตั้งรัฐหนึ่งขึ้นมา เขาจะต้องเดินตามแนวทางของฮูเซน(อฺ) เพื่อที่จะไปให้ถึงรัฐของท่านอิมามอะลี (อฺ) ได้

สาเหตุสำคัญที่จะต้องเดินผ่านแนวทางของอิมามฮูเซน (อฺ)

เนื่องจากโลกเต็มไปด้วยความชั่ว มีแต่การกดขี่ ประชาชนอยู่ภายใต้การกดขี่มาหลายพันปี ทั้งจากระบอบต่างๆที่เรารู้จัก จักรวรรดินิยมต่างๆที่เกิดการล่าอาณานิคม เกิดการจับประชาชนที่ไร้ทางสู้ไปเป็นทาส เกิดการเข้าไปตักตวงในแผ่นดินอื่นๆ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ของตนเอง และวันนี้จักรวรรดินิยมยังอยู่ แต่ไม่ได้ล่าเมืองขึ้นทางด้านบูรณาภาพ หรือดินแดน แต่เป็นการล่าเมืองขึ้นทางด้านอำนาจและเศรษฐกิจ ทั้งการจัดตั้งรัฐหรือแบบฮุกุมัตฮของท่านศาสดาและอิมามอะลี (อฺ) จะต้องผ่านกลไกการเมืองและการต่อสู้ของท่านอิมามฮูเซน(อฺ)เพียงเท่านั้น

ทำไมจึงต้องเป็นของท่านมามฮูเซ็น (อฺ)

เพราะกว่า 200 ประเทศ ทั้งชาติที่เป็นมุสลิมกลับยอมจำนน ยังคงเป็นทาสให้กลุมชาติตะวันตก และในขณะดียวกันชาติที่ไม่ใช่มุสลิมจะต้องถูกมหาอำนาจอันจอมปลอม กลับมามีอำนาจ มีบารมีเหนือพวกเขา แต่รัฐบาลเดียว ซึ่งขอย้ำว่า เป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง ที่มีความกล้าหาญของ ฮัยดารี ที่มีความเสียสละแบบซัยนาบี ที่พร้อมพลีแบบฮูซัยนี คือ รัฐอิสลามอิหร่านเพียงเท่านั้น!!

ดังนั้นที่เราเห็นการต่อสู้ในสงครามที่ผ่านมา จึงถอดแบบแผนของท่าน อะบาอับดิ้ลลาฮิลฮูเซน(อฺ) ผู้นำสูงสุดกล่าวว่า นอกเหนือจากการที่ต้องแก้ไขปฏิรูปการเมืองแล้ว อาชูรอยังสร้างประชาชน ซึ่งสามารถเห็นได้ในแผ่นดินอิหร่าน นอกจากนั้น ท่านยังได้นำเสนอ ซึ่งกล่าวถึง อาชูรอคือการรวมกันของมะฮีฟัต จากจิตวิญญาณ ปัญญา และวีรกรรม ท่านผู้นำสูงสุดกล่าวว่า อาชูรอคือ 3 สิ่งรวมกัน จิตวิญญาณที่สะอาดบริสุทธิ์ปัญญาที่ดีเลิศ และจะต้องส่งผลในการสร้างวีรกรรม จิตวิญญาณ ทำไมต้องมีมะฮรีฟัต มีจิตวิญญาณ เพราะเราจะต้องรู้จักแนวทางของที่อะฮลุลเบต(อฺ) เพื่อที่จะให้เราเดินได้อย่างได้ถูกต้อง เนื่องจากการที่เราเกิดมา ไม่ใช่จะเดินอย่างไรก็ได้ เรามีอะฮลุลบัยต์ที่วางกรอบ ซึ่งถูกถ่ายทอดจากท่านศาสดา ในการกำหนดทิศทางว่าจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร จะต้องเดินแบบไหน

การมีมะฮรีฟัต เราจะต้องเดินอย่างไรบนโลกดุนยาใบนี้ และต้องควบคู่กับการมีปัญญา เพราะบางครั้ง การเดินมักจะถูกหลอกหล่อโดยศัตรู อาจจะเป็นศัตรูที่อยู่ภายใน อาจจะสอนบนมิมบัร อาจจะใส่ผ้าขาว และผ้าดำ โดยอาจจะสอนว่าอิมามฮูเซนเดินอย่างนี้ อิมามฮูเซ็นต้องการเช่นนี้ อิมามฮูเซ็นไม่ได้ต้องการให้ท่านไปจับอาวุธต่อสู้ ไม่ได้ให้ท่านไปสู่กับชาติมหาอำนาจน่ะ ในหลายประเทศโลกอาหารับ” ที่อุลามาอฺนำเสนอเช่นนี้

ดังนั้นเราจะต้องมีปัญญาบนบรรทัดฐานของวิลายาตุลฟะกิฮ ในวันนี้ ปัญญาจะชี้แนะว่า การรำลึกถึงอิมามฮูเซน(อฺ) ที่ไม่มีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ซึ่งเปรียบเสมือนการรำลึกทั่วไปที่ในหน้าประวัติศาสตร์ การรำลึกนั้นศัตรูเราไม่ได้กลัว บางครั้งให้เงินสนับสนุนในการจัดพิธีกรรมเสียด้วย ปัญญาคือสิ่งหนึ่งที่แยกแยะให้เรารู้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงที่อิมามฮูเซน (อ)ต้องการคืออะไร? ขบวนการของอิมามฮูเซน ไปพลีเพื่ออะไร ? ไม่ใช่เพื่อให้เรารำลึกแต่เพียงเท่านั้น?

“แต่ต้องต้องการให้การรำลึกนี้ต้องเป็นกลไกเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้ การอิศลาห์ฮอุมมะฮของท่านศาสดา(ศ็อลฯ) เปรียบเสมือนอิมามฮูเซน (อฺ) เป็นผู้ปฏิรูปประชาชาติของท่านศาสดา” นี่คือเป้าหมาย ซึ่งจะต้องพิจารณาว่า เมื่อประชาชาติ เมื่อสังคมหนึ่ง เมื่อโลกหนึ่ง กำลังเผชิญกับความอยุติธรรม ความชั่วช้า เราจึงต้องการมุสลิฮคนหนึ่ง นักปฏิวัติคนหนึ่ง

ในวันนั้นอิมามฮูเซน(อฺ) คือผู้ปฏิวัติ ปฏิรูปสิ่งนี้ ซึ่งเป็นบุคคลที่ประเสริฐที่สุด เพราะสิ่งนี้จะต้องมาจากบุคคลที่สะอาดบริสุทธิ์ในยุคสมัยนั้น เหมือนกับผู้นำชะฮีดของเรา และสิ่งที่ 3 มีจิตวิญญาณ นอกจากที่ต้องมีปัญญาในการแยกแยะแล้ว เราจะต้องสร้างวีรกรรมให้เกิดขึ้น โดย 3 สิ่งนี้ คือองค์ประกอบหลัก ถ้ามีจิตวิญญาณแล้ว มีปัญญาที่ดีแล้ว แต่กลับไม่ได้ส่งผลอะไรต่อตัวตนเรา ซึ่งไม่ได้สร้างวีรกรรมอแห่งกัรบาลาอฺของเรา ก็จะไร้ผล อาจจะมีผลบุญเพียงแค่การรำลึก เมื่อไม่เกิดการนำไปปฏิบัติ ไม่ได้เกิดการสร้างวีรกรรมแห่งกัรบาลาอฺต่อตัวเราก็ไร้ประโยชน์

ผลบุญจริงๆที่มีความยิ่งใหญ่ โดยถูกแสดงผ่านอับฮาบของท่านอิมามฮูเซน (อฺ) ซึ่งเป็นผู้ที่มีมีปัญญา มีมะนะวิยาตที่สูงสุด และพวกเขาได้ร่วมสร้างวีรกรรมกับอิมามฮูเซน (อฺ) เฉกเช่น “การสร้างวีรกรรมเหตุการณ์ ในวันที่ F-35 (เครื่องบินขับไล่โจมตีของสหรัฐอเมริกา) ซึ่งบินอยู่เหนือน่านฟ้าอิหร่าน แต่ประชาชาติอิหร่านทั้งประเทศออกไปเดินขบวนพร้อมกล่าว ตักบีร โดยไม่มีความหวาดกลัว นี่คือการสร้างวีรกรรม”

สร้างวีรกรรมตรงที่ว่า บรรดาแม่และพ่อของเด็กระดับประถมศึกษาในมินาบที่ถูกรัฐแห่งการก่อการร้าย รัฐที่ชั่วช้าที่สุด ทิ้งระเบิดโทมาฮอว์กใส่โรงเรียน ส่งผลให้เด็กเสียชีวิต 168 ศพ โดยที่พ่อแม่ของเด็กน้อยเหล่านั้นกลับหยิบชิ้นส่วนของลูกมา พร้อมกล่าวว่า ขอให้ชิ้นส่วนของลูกฉันได้ร่วมกับชิ้นส่วนของลูกหลานนบี (ศ็อลฯ) อันนี้คือการสร้างวีรกรรม

วีรกรรมอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อคนที่คอยประจำการที่ฐานยิงอาวุธสกัดหรือที่เรียนกันว่า (Launcher ) อย่างที่เรารู้จัก เมื่อเพื่อนๆ ไปอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น และรับรู้ว่า ศัตรูกำลังจะเริ่มโจมตีอีกภายในไม่กี่วินาที พวกเขาแย่งกันเพื่อจะไปกด พร้อมที่จะพลี เช่นเดียวกับอับฮาบของท่านอิมามฮูเซน (อฺ) สิ่งเหล่านี้คือ การสร้างวีกรรม สร้างวีรกรรมแบบไหน คือการที่ประชาชน รวมถึงร้านค้าต่างปิดบ้านเพื่อสร้างเมากิบ ต่างร่วมกันบริจาค ช่วยเหลือ ให้อาหาร ให้น้ำแจกจ่าย โดยร้านค้าต่างๆในอิหร่านได้มีการให้คนในอิหร่านสามารถไปหยิบอาหารได้เลย โดยไม่เสียเงิน โดยบอกว่าหากท่านมีเงินเมื่อไหร่ค่อยมาชำระ อันนี้คือการสร้างวีรกรรม อันนี้คือผลที่เกิดขึ้นกับประชาติชาวอิหร่าน เราเห็นในประเทศนี้ ท่ามกลางสงครามที่เกิดขึ้น แต่ประชาชนอิหร่านกลับไม่มีความหวาดกลัวใดๆเลย

– บางส่วนจากการบรรยายโดย ฮุญตุลอิสลามวัลมุสลิมมีน ผศ.ดร.ซัยยิดมุบาร็อก ฮูซัยนี-