“ฮะดิษนี้ถูกถ่ายทอดโดยตาของฉัน”

2440

มุศีบัตวีรกรรมแห่งกัรบาลาอฺ

พี่น้องโปรดทำความเข้าใจโองการจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานในข้างต้นเป็นพื้นฐาน เพื่อที่จะเข้าใจเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ และเข้าใจวีรกรรมที่แผ่นดินกัรบาลาอฺในวันอาชูรอ
โองการ”อัญร์” เป็นโองการที่เกี่ยวข้องกับการขอรางวัลของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ) ซึ่งเป็นที่รับรู้กันโดยเอกฉันท์ ว่าเรื่องการขอรางวัลจากมวลมนุษยชาติ ที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ขอนั้น เกี่ยวข้องเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น นั้นคือ เรื่องความรักที่จะต้องมอบให้กับอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)
โองการแรกที่ถูกประทานลงมาเกี่ยวกับ “อัญร์” รางวัลตอบแทน คือ โองการ

قُلْ لَا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَىٰ
ความว่า จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด(ศ) ฉันมิได้ขอรางวัล(ค่าตอบแทน)ใดๆ เพื่อการนี้เว้นแต่เพื่อความรักใคร่ในเครือญาติ

(สายเลือดของศาสดามุฮัมมัด(ศ))

(ซูเราะหฺ อัลชูรอ โองการที่ 23 )

หมายความว่า ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขอเป็นรางวัลสำหรับท่านแล้ว ก็ขอให้ประชาชาติของท่านมีความรัก…..ความภักดี…. ความรักแบบพิเศษให้กับสายเลือดของท่าน

 

หลังจาก”อายะฮฺ มะวัดดะฮฺ” แล้ว อายะฮฺที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ยังถูกประทานลงมาอีกหลายๆอายะฮฺ เช่นโองการ

وَمَا تَسْأَلُهُمْ عَلَيْهِ مِنْ أَجْرٍ إِنْ هُوَ إِلَّا ذِكْرٌ لِلْعَالَمِينَ
ความว่า และ(โอ้มุฮัมมัด)เจ้ามิได้ขอรางวัลใดๆ จากพวกเขาหรอกแท้จริงมัน มิใช่สิ่งใดเลย นอกจากเป็นการตักเตือนแก่ปวงมนุษย์ (ซูเราะฮฺ ยูซุฟ โองการที่ ๑๐๔ )
หมายความว่า “โอ้มุฮัมมัด จงบอกกับพวกเขาเถิดว่าการขอรางวัลในครั้งนี้นั้น แท้จริงเป้าหมายและประสงค์หนึ่งของมันนั้น เพื่อจะนำไปสู่การรำลึกแห่ง”อาละมีน”

และ “ซิกรุล ลิลอาละมีน” ที่เอกองค์อัลลอฮฺ(ซบ) หมายถึง ก็คือ เรื่องราวแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)…..!!!!

เมื่อเรื่องราวแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)เป็น “ซิกรุล ลิลอาละมีน” แล้ว ด้วยเหตุผลอันนี้บรรดาอะอิมมะฮฺ(อ)จึงเรียกร้อง สั่งเสียและเชิญชวน บ่อยครั้งเป็นอย่างมาก

 

ในฮาดิษต่างๆที่บอกกับบรรดาชีอะฮฺและบรรดาบุคคลผู้ที่มีความรักต่อบรรดาอะฮฺลุลบัยต(อ)ว่า…
“จงนำเสนอเรื่องราวต่างๆของเรา ไปยังมวลมนุษยชาติเถิด”

ฮะดิษไม่ได้บอกไปยังชีอะฮฺหรือเพียงแต่มุสลิมเท่านั้น แต่กำชับให้นำเสนอไปยังมวลมนุษยชาติ ศาสนาไม่ได้เป็นเครื่องแบ่งแยกในการที่เขาจะรักเราและปฏิบัติตามเรา
ท่านอิมามญะอฺฟัร(อ) และท่านอิมามริฎอ(อ) จึงได้กล่าวไว้ว่า…..
ﺇﻥّ ﺍﻟﻨّﺎﺱَ ﻟَﻮ ﻋَﻠِﻤُﻮﺍ ﻣَﺤﺎﺳِﻦَ ﮐَﻼﻣِﻨﺎ ﻟَﺎﺗَّﺒَﻌُﻮﻧﺎ
ความว่า “แน่แท้ หากมวลมนุษย์ชาติได้รับรู้วจนะที่ดีของเราแล้ว พวกเขาจะต้องปฏิบัติตามเราอย่างแน่นอน”
อ้างอิง
มะอานี อัลอัฆบาร์ หน้า ๘๐ และ มีซานุล ฮิกมะฮฺ เล่ม ๘ ฮะดิษ ที่ ๑๓๗๙๗

 

 

ทำไมวีรกรรมที่กัรบาลาอฺ จึงเป็นอมตะ……
 ท่านอิมามฮุเซ็น(อ)ต้องการจะสื่อสารอะไรกับเรา

 

บรรดาอุลามาอฺพยายามรวบรวมและอธิบายทุกแง่มุมของมัน และหนึ่งในเหตุผล ที่บรรดาอาลิมอุลามาอฺนำเสนอก็คือ การเคลื่อนไหวของขบวนการนี้ คือการเคลื่อนไหวอย่างรู้แจ้งเห็นจริงในทุกฝีก้าว….. รู้ชะตากรรม…… รู้อนาคต…… รู้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์……. วีรกรรมอันนี้ไม่ได้เกิดจากการบีบบังคับของสถานการณ์ หลายๆวีรกรรมที่มีการลุกขึ้นสู้ นั้นเพราะสถานการณ์ถูกบีบคั้น ถูกบังคับให้สู้ก่อน แต่วีรกรรมนี้ไม่ใช่ !!!

“”วีรกรรมนี้เรียงร้อยอย่างงดงาม นับเนื่องจากพระองค์อัลลอฮ์ ส่งต่อมามายังรอสุลุลลอฮฺ(ศ)”

ดังนั้น หนึ่งในเหตุผลที่จะทำให้วีรกรรมเป็น “อมตะ” การต่อสู้เป็นอมตะ ผลงานของมนุษย์เป็นอมตะ คือ การทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด และการเคลื่อนไหวอย่างรู้แจ้งเห็นจริง ทั้งในผล ในเป้าหมาย ในคำตอบทุกสิ่งทุกอย่างของมัน

วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ทุกๆคำพูดได้บอกเรื่องราวต่างๆอย่างมากมาย ซึ่งก่อนหน้าที่ท่านอิมามฮุเซ็น(อ)จะกล่าวฮะดิษนี้ออกมา ท่านก็ได้พูดฮะดิษต่างๆมากมายที่ชี้ให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวอันนี้นั้นเกิดขึ้นอย่างรู้แจ้งในทุกเหตุการณ์ ทุกการเคลื่อนไหว รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก้าวไปทุกฝีก้าวด้วยความมั่นใจ และรู้แจ้งเห็นจริงในทุกๆเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ในริวายัตได้กล่าวเอาไว้ว่า ท่านอิมามฮุเซ็น(อ) ไปถึงกัรบาลาอฺในวันที่ 2 ของเดือนมุฮัรรอม เมื่อท่านไปถึงจุดหนึ่งและเริ่มถูกปิดล้อม ท่านก็ได้ถามคนที่อยู่ในเขตพื้นที่นั้น บางบันทึกประวัติศาสตร์ บอกว่า เป็น”ชนเผ่า บนีอะซัด” ท่านอิมามฮุเซ็น(อ) ถามว่าแผ่นดินตรงนี้มีนามว่าอะไร???
เบื้องต้นก็ตอบว่า…ชื่อ ฆอดิซิยะฮฺ
อิมามฮุเซ็น(อ) ถามว่ามีชื่ออื่นอีกไหม ???
พวกเขาก็บอกว่าชื่อ “ นัยนาวา “ ซึ่งรากศัพท์นั้นมาจากภาษาเปอร์เซีย (ภาษาฟาร์ซี) ท่านอิมามฮุเซ็น(อ)ถามว่า แล้วยังมีชื่ออื่นมีอีกไหม???
ซึ่งอิมามฮุเซ็น(อ)ก็รู้อยู่แล้ว(เพราะความรู้ของอะอิมมะฮฺไม่ต้องถามใครก็ได้ในโลกนี้) แต่ถามว่า ทำไมท่านจึงถาม???? เพราะ ท่านอิมาม(อ)ต้องการที่จะทิ้งสาส์นไว้กับเราว่า… ฉันรู้ในทุกๆเหตุการณ์ เรามีหลักฐานยืนยันว่ารู้ทุกเหตุการณ์ และเมื่อถามอีกครั้งหนึ่ง เขาก็บอกว่ามีอีกชื่อหนึ่ง เรียกว่า “กัรบาลาอฺ”
เมื่อท่านอิมามฮุเซ็น(อ)ได้ยินคำว่า “กัรบาลาอฺ “ ท่านอิมาม(อ)ก็ได้เปิดเผยสิ่งหนึ่งในสิ่งที่ท่านนั้นได้รู้ไว้ล่วงหน้า ซึ่งท่านได้กล่าวว่า….

…..ﺍﻟﻠَّﻬُﻢَّ ﺇِﻧِّﻲ ﺃَﻋُﻮﺫُ ﺑِﻚَ ﻣِﻦَ ﺍﻟْﻜَﺮْﺏِ ﻭَ ﺍﻟْﺒَﻠَﺎﺀِ
ความว่า “โอ้อัลลอฮ์ ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจาก กัรบ์ วะ บาลา”

คำว่า “ กัร “เป็นคำๆหนึ่ง ส่วนคำว่า “ บาลา “ ก็เป็นคำอีกคำหนึ่ง “ บาลา “ หมายถึง การทดสอบ “กัรบ์ “ คือ ความทุกข์ยาก ความเจ็บปวด และความยากลำบาก
อาหรับใช้คำว่า ” กัรบ์ บาลา “ คือ การทดสอบ ดังนั้นแผ่นดินนี้เกิดขึ้นมาจากสองคำ คือ “กัรบาลาอฺ” แผ่นดินที่ทดสอบด้วยทุกข์ยาก ความยากเข็ญ

จากนั้นท่านอิมาม(อ)ได้ลงจากหลังม้าและกล่าวว่า นี่คือสถานที่แห่งควาทุกข์โศกและภัยพิบัต จงหยุดที่นี่ ที่นี่คือสถานที่ที่อูฐของเราจะหยุดพัก และการเดินทางของเราจะสิ้นสุดที่นี่ ที่นี่คือดินแดนที่เราจะถูกสังหาร ดินแดนที่เต็มไปด้วยเลือดนองแผ่นดิน ที่นี่ที่จะเป็นสุสานของเรา
และปิดท้ายประโยคว่า
ﺑِﻬَﺬَﺍﺣَﺪَّﺛَﻨِﻲ ﺟَﺪِّﻱ ﺭَﺳُﻮﻝُ ﺍﻟﻠَّﻪ
นี่คือ สิ่งที่ตาของฉันรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้กล่าวเอาไว้
(แหล่งอ้างอิง)
ﻣﻨﺒﻊ : ﻟﻬﻮﻑ، ﺳﯿﺪ ﺑﻦ ﻃﺎﻭﻭﺱ، ﺹ 134-133“

ถึงแม้ว่าความรู้ของท่านอิมามฮุเซ็น(อ)นั้น จะถูกถ่ายทอดมายังพวกเราด้วยคำว่า…

“ฮะดิษนี้ถูกถ่ายทอดโดยตาของฉัน”

แม้ว่าท่านหญิงซัยหนับ(ซ) อาจจะไม่ได้รับการถ่ายทอดมากมายเท่าอิมามฮุเซ็น(อ) แต่จิตวิญญาณของท่านหญิงซัยหนับ(ซ)ก็สามารถที่จะสัมผัสได้ถึงเหตุการณ์ และบรรยากาศของแผ่นดินนั้นว่า อีกไม่กี่วันนี้มันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้น
ท่านหญิงซัยหนับ(ซ) รู้แล้วว่า นี่คือ แผ่นดินสุดท้าย นี่คือ แผ่นดินที่จะเกิดเรื่องราวต่างๆที่จะเป็นอมตะ และความเป็นอมตะที่จะสร้างคุณประโยชน์กับมวลมนุษยชาติทั้งมวล

day-of-ashura-karbala
ในริวายัต ก็ไม่ได้บอกว่าท่านอิมามฮุเซ็น(อ)ได้พูดอะไรกับท่านหญิงซัยหนับ(อ)

บ้างว่า แผ่นดินนี้นั้นคือแผ่นดินอะไร ณ แผ่นดินนี้นั้นอะไรจะเกิดขึ้น แต่ท่านอิมามฮุเซ็น(อ) รู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ยังคงต้องเดิน ต้องคงเคลื่อนไหวต่อไป และไม่สามารถบอกให้ใครรับรู้ได้ทั้งหมด เพราะบางเหตุการณ์นั้นมันโหดเหี้ยมอย่างมาก โหดเหี้ยมเกินการจินตนาการของมนุษย์

173-960x750

ถึงแม้ว่าท่านอิมามฮุเซ็น(อ)จะถ่ายทอดเรื่องราวที่ท่านรู้ล่วงหน้า แต่ในค่ำคืนนี้ เราอยากจะถามรอซูลุลลอฮฺ(ศ) ว่า…
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)ด้วยไหม ว่า… ในตอนบ่ายของวันอาชูรอ ท่านหญิงซัยหนับ(ซ)จะต้องถูก’ตบ’หน้าแล้วล้มลง……
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ว่า…เด็กๆจะต้องถูกดึงตุ้มหูพร้อมกับติ่งหูของพวกเธอ…..
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า ท่านหญิงรูกัยยะฮฺจะถูกดึงผมขึ้นบนหลังม้า….
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า ชิมรฺจะขึ้นนั่งบนยอด’อก’ของอิมามฮุเซ็น(อ)….
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า เมื่อตอนที่ชิมรฺเชือดท่านอิมามฮุเซ็น(อ)นั้นท่านหญิงซัยหนับ(อ) นั่งดูอยู่ด้วย…..
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮูเซน(อ)หรือไม่ ว่า ตอนที่เชลยศึกแห่งลูกหลานถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเข้าไปยังกูฟะฮฺ พวกเขาต้อนรับกองคาราวานลูกหลานของท่านนบี(ศ) ด้วยก้อนอิฐและก้อนหิน…..
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า ตอนที่ท่านหญิงรูกัยยะฮฺร้องไห้เรียกหาพ่อที่ซีเรียนั้น เขาโยนห่อผ้าที่มีศีรษะของอิมามฮุเซ็น(อ)ให้กับท่านหญิงรูกัยยะฮฺ……
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า หลังจากที่ท่านอิมามฮุเซ็น(อ)เป็นชะฮีด ท่านหญิงซัยหนับ(ซ) จะถูกล่ามโซ่ที่คอ แล้วถูกลากไปพร้อมกับเด็กๆ……
ยา รอซูลุลลอฮ์ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า… โอ้ !!! ฮุเซ็น(อ) เมื่อเจ้าถูกตัดศีรษะแล้ว ศรีษะของเจ้าจะตั้งอยู่ในถาด ต่อหน้าอิบนิ ซิยาด และลูกหลานของเจ้า ก็จะมองศีรษะของเจ้าที่อยู่ในถาด และบรรดาทรชนก็จะทุบตีด้วยไม้ไปที่ศีรษะที่อยู่ในถาดนั้น
ยา รอซูลุลลอฮฺ ท่านได้บอกกับท่านอิมามฮุเซ็น(อ)หรือไม่ ว่า ตอนที่ท่านตกลงจากหลังม้าแล้วม้าวิ่งกลับไปที่กระโจม เด็กๆดีใจ แต่เมื่อเขาวิ่งออกมาพบว่าม้านั้นไม่มีผู้ขี่

لاحول ولا قوة الا بالله العلي العظيم

@@@@@@@@@
บางส่วนในปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ
มุฮัรรอม คํ่าคืนที่ 4 ค.ศ.1436
(อ 28-10-2557)
บรรยายพิเศษ โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี
ณ มัสยิดรูฮุลลอฮ์