เสวนา ปุจฉา-วิสัชนา ตอนที่ 4 ณ มัสยิดอิมามอาลี (อ) อ.ท่าแพ จ.สตูล

1150

เสวนา ปุจฉา – วิสัชนา ตอนที่ 4

เนื่องในวโรกาส วันที่ 1 ซุลฮิจยะฮ์ วันคล้ายวันอภิเษกสมรสของหญิงฟาตีมะฮฺอัซซะฮฺรอ(อ)และท่านอิมามอาลี(อ.)

โดย ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

♔ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ♔

คำถามที่ 13 : เมื่อประชาชนเยเมนลุกขึ้นต่อสู้ฝ่ายรัฐบาล จนได้รับชัยชนะแล้ว ทราบว่า ลำดับต่อไปซาอุฯจะสูญเสียบาห์เรนจริงหรือไม่?

ถ้าจริงขอให้ท่านซัยยิดแสดงทัศนะว่า อนาคตบาห์เรนจะได้รับชัยชนะหรือไม่?

ถ้าชนะบาห์เรนจะเป็นชาติที่ช่วยเหลือท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)หรือไม่?

ตอบ : นี่คือ บทวิเคราะห์อันที่ 1 ไม่ต้องไปยึดติดว่า จะต้องเป็นบาห์เรนหรืออะไรทั้งหมดก่อน ในคัมภีร์อัลกรุอาน ตรัสว่า…

“وَ نُرِيدُ أَنْ نَمُنَّ عَلَى الَّذِينَ اسْتُضْعِفُوا فِي الْأَرْضِ وَ نَجْعَلَهُمْ أَئِمَّةً وَ نَجْعَلَهُمُ الْوارِثِينَ”

“และเราปรารถนาที่จะให้ความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ที่อ่อนแอในแผ่นดิน และเราจะทำให้พวกเขาเป็นผู้นำ และทำให้พวกเขาเป็นผู้สืบทอดมรดก (การปกครองในแผ่นดิน)”

(ซูเราะฮ์ Al-Qasas /อายะฮ์ที่ 5)
บรรดาผู้ถูกกดขี่ทั้งโลกจะขึ้นมาเป็นผู้นำ

นี่เป็นสัญญาจากอัลกุรอาน บางครั้งบางอย่างไม่ต้องวิเคราะห์

สิ่งนี้ คือหลักประกันของอัลลอฮฺ(ซบ)ว่า สุดท้ายผู้ถูกกดขี่จะชนะ ผู้ถูกกดขี่จะปกครองโลกนี้

ผู้ถูกกดขี่กลุ่มแรก ที่อัลกุรอาน หมายถึง คือ บรรดาอะฮฺลุลเบต หมายถึง อิมามมะฮฺดี(อ)

ผู้ถูกกดขี่กลุ่มที่สอง หมายถึง บรรดาชีอะฮ์ คือ พวกเรา

ฉะนั้น หลังจากอิมาม ผู้ถูกกดขี่กลุ่มที่สอง ก็คือ บรรดาชีอะฮฺทั่วทั้งโลก

ผู้ถูกกดขี่กลุ่มที่สาม ก็คือ มนุษย์ทั่วไป ที่อยู่ภายใต้ระบบการปกครองจอมปลอมทั้งหมด รวมทั้งศาสนาที่จอมปลอมทั้งหมด นั่นคือ ผู้ถูกกดขี่

ผู้ถูกกดขี่ทางศาสนา ก็คือ ผู้ที่ถูกทำให้นิยมลัทธิวะฮาบีและลัทธิแปลกปลอมในศาสนา และผู้ถูกกดขี่ในศาสนาอื่นๆ เช่น ผู้ถูกกดขี่ชาวละตินอเมริกา ผู้ถูกกดขี่ในบังคลาเทศ ผู้ถูกกดขี่ในพม่า และประเทศอื่นๆทั้งหมด

นี่คือ ผู้ถูกกดขี่ในชั้นต่อไป บุคคลเหล่านี้จะเข้ามามีอำนาจในการปกครองโลกตามชั้น ตามชั้นไป

ดังนั้น ตามคำถามข้อ 13 ก็คือ แน่นอนเมื่อเยเมนล้มเมื่อไหร่ เสาที่จะสูญเสียฐานอำนาจ จะสูญเสียพลัง เพราะความจริงแล้วรัฐบาลเยเมน เป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของซาอุดี้ ทหารซาอุดี้จำนวนหนึ่งเป็นทหารเยเมนจำนวนมาก

ฉะนั้น พวกที่ค้ำบัลลังก์ของซาอุดี้ คือ แมนเพาเวอร์(Manpower)จากประเทศเยเมน มีทั้งบุคลากร กรรมกร แม้แต่อาจารย์ พวกซาอุดี้จริงๆแล้วไม่ได้มีมันสมองอะไรในการบริหารประเทศ

หากมีใครจำได้ ในสมัยก่อน แม้แต่รัฐมนตรีโอเปคที่ดังที่สุดในโลก “ชื่อ เชคซะกีย์ ญามานีย์” ซึ่งสุดท้ายมีปัญหากับซาอุดี้ก็ต้องหนีไปอยู่ที่อังกฤษก็เป็นคนเยเมน

ในประเทศซาอุดี้มีคนเยเมนเป็นจำนวนมากที่เป็นเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศซาอุดิอาระเบีย เพราะ ตำรวจ ทหารอะไรทั้งหมด จำนวนหนึ่งเป็นคนเยเมน อีกทั้งกรรมกร ครูอาจารย์ในซาอุดี้ทั้งหมดก็เป็นชาวเยเมน

ซึ่งถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงในเยเมนก็จะทำให้ฐานอำนาจของซาอุดี้นั้นล่มสลาย ซาอุดี้ในอดีตไม่ได้ใช้กำลังตรึงเยเมน เพราะว่าเป็นประเทศลูกกาโล่ของตน แต่หลังจากการปฏิวัติ กองกำลังทั้งหมดของซาอุดี้ต้องไปตรึงชายแดนเยเมนนั้นจะต้องถอนทหารที่ส่งเข้าไปในบาห์เรน
นี่คือ บทวิเคราะห์แบบพื้นฐานก่อน ทหารที่ส่งไปในบาห์เรนจะต้องถูกเรียกกลับหมด ทหารซาอุดี้กลับจากบาห์เรนเมื่อไหร่ วันนั้นบาห์เรนก็จะต้องตกอยู่ในมือชีอะฮ์แบบเยเมน เพราะบาห์เรนนั้นมีชีอะฮฺ 70-80% ในประเทศ

อินชาอัลลอฮ ก็จะล้มไปตามหลักโดมิโน โดมิโนของชีอะฮ์เราจะค่อยๆล้มระบบเหล่านี้ไปทีละประเทศ

หากจะให้เข้าใจกันง่ายๆ คือ สถานการณ์ทั้งหมดนั้นใกล้แล้วที่อิมามมะฮ์ดี(อ)จะปรากฏตัว เราต่างหาก ได้ทำอะไรบ้างในการรับใช้อันนี้

 

คำถามที่ 14 : เรื่องมุสลิมเป็นแม่ค้า เรื่องพระนั่งรถถีบ มุสลิมถีบให้พระบิณฑบาตรบาปไหม ?

ตอบ: อย่าไปสนใจกับเรื่องแบบนี้ อย่าไปไร้สาระ ขี่สามล้อไม่ได้แปลกอะไร พระบิณฑบาตรก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

บางครั้ง บางกลุ่มพยายามสร้างความไม่ไว้วางใจ สร้างความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างมุสลิมกับคนต่างศาสนิก

ซึ่งบางอย่างบางพิธีกรรม สิ่งที่เราทำไม่ได้ ก็คือ ทำไม่ได้

บางอย่าง(สมมุติ) บางพิธีกรรมเราทำไม่ได้ แต่คนอื่นทำเราก็ไม่ต้องไปสนใจ เพราะบางครั้งการโต้เถียงกันในเรื่องแบบนี้ ผลเสียมีมากกว่าผลได้

ดังนั้น อย่าให้เรื่องอย่างนี้มาเป็นประเด็น

ประเด็นอย่างนี้ปล่อยให้พวกวะฮาบีมันถกเถียงกัน พระมาขึ้นสามล้อมุสลิม แล้วไปบิณฑบาตร อย่าไปสนใจประเด็นไร้สาระเหล่านี้นะครับ
คำถามที่ 15 : สามีมารับอิสลาม ลูกสะใภ้มารับอิสลาม
ตอนนี้เขาอ่านอัลกุรอานใช้ภาษาไทย วาญิบต้องอ่านภาษาอาหรับ ลูกสะใภ้ไม่ชอบอ่านภาษาอาหรับ ถามว่าลูกสะใภ้ทำถูกหรือไม่?

คำตอบ : ทำผิด เพราะอย่างน้อยที่สุด เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่จะต้องอ่านภาษาอาหรับที่ใช้ในนมาซ ต้องเรียนให้ได้ ขี้เกียจที่สุดแล้วจะต้องอ่านนมาซไม่ผิด อย่างน้อยที่สุดจะต้องอ่านอัล-ฟาตีฮะฮ์ได้อย่างถูกต้อง และถ้าเราเรียนการอ่านอัล-ฟาตีฮะฮ์ได้อย่างถูกต้อง เราก็อ่านกุรอานได้ทั้งเล่มนั่นแหละ อ่านอัล-ฟาตีฮะฮ์ได้แล้ว ถ้าแบบท่องจำนั้นก็ยังถือว่ายังไม่ถูกต้อง

ฉะนั้น ต้องเรียน เรียนจนกว่าจะอ่านอัล-ฟาตีฮะฮ์ได้

สมมุติว่า เรานมาซ เราอ่านเป็นกับซูเราะฮ์กุลฮูวัลลอฮฺ

สมมุตินะ ก็คือ ต้องอ่านกุลฮูวัลลอฮฺกับฟาตีฮะฮ์ให้ถูก เมื่อมีการอ่านกุลฮูวัลลอฮ ฟาตีฮะฮ์ให้ถูก กุรอานอย่างอื่นๆก็จะอ่านถูกไปเอง

ตะชาฮูด สลาม ถ้าไม่ฝึกฝนไม่ให้ความสำคัญกับการนมาซก็เป็นโมฆะทั้งหมด นมาซเป็นโมฆะก็จะถูกลงโทษ แต่เมื่อเกิดเป็นมุสลิมแล้ว หนึ่งในบาร่อกัตของชีวิต คือ การที่เราได้อ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

คำถามที่ 16 : เคยย้ายไปสถานที่หนึ่ง เดิมเคยอยู่ท่าแพแล้วไปอยู่ที่อื่น เมื่อแต่งงาน ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น แล้วก็เนียตทิ้งท่าแพ

คำถามอะฮ์กามการเดินทาง เนียตทิ้งท่าแพ เมื่อภรรยาเสียชีวิตก็กลับมาอยู่ที่ท่าแพใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถามว่าจะนมาซย่อหรือนมาซเต็ม

ตอบ : เนียตทิ้งไปแล้วเมื่อกลับมาใหม่ เนียตจะอยู่ต่อจนถึงบั้นปลายชีวิตก็นมาซเต็ม ง่ายๆ ถ้าเกิดไม่เข้าใจถามได้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเคยเป็นวะตั่นของเรา เคยเป็นที่เรานมาซ 4 แล้วเราเนียตทิ้งไป จะสาเหตุอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะไปค้าขายที่เมืองอื่นแล้วไม่กลับมา หรือมีสามีเป็นคนต่างจังหวัดไปอยู่ที่โน่นแล้ว และหลังจากนั้นสามีเสีย หรือว่าเลิกกันแล้ว อะไรก็แล้วแต่ เมื่อเรากลับมาอยู่ เรากลับมาที่ถิ่นฐานของเราอีกครั้งหนึ่ง (ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นท่าแพอย่างเดียว แต่ด้วยคำถามอยู่ท่าแพและจะกลับท่าแพอีกครั้งหนึ่ง )ถ้าเราเนียตว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ก็นมาซเต็ม แต่ถ้าต้องการอยู่ชั่วคราวก็นมาซย่อ

ถ้ายังไม่ตัดสินใจว่า จะเป็นที่อยู่สุดท้ายก็เป็นนมาซย่อ คือ ตัดสินใจว่าเป็นที่อยู่สุดท้ายก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องบังคับให้อยู่จนตาย ไม่ใช่อย่างนั้น!! เมื่อตอนแรกตัดสินใจจะเป็นที่อยู่สุดท้าย แต่หลังจากเกิดมีคนมาขอใหม่

สมมุติ จะไปที่อื่นต่อ ก็เนียตทิ้งต่อไม่มีปัญหา จะว่า !!!ไม่ได้แล้ว เนียตว่าจะไม่อยู่ที่ไหนแล้ว นั้นไม่ใช่ !!!

สมมุติ ก็ตั้งแต่เนียตว่าจะอยู่นี่ตลอดไปก็ต้องนมาซเต็ม และเมื่อนมาซเต็มแล้วถ้าเปลี่ยนอีกครั้งนึงก็ไม่มีปัญหาอะไร

คำถามที่ 17 : การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสถานการณ์ในซีเรียและอิรัค

ตอบ : แน่นอน ตอนนี้บทบาทที่สำคัญที่สุด จนกระทั่งนักวิเคราะห์ ทั้งของเราเอง รวมทั้งฝ่ายตรงข้ามก็บอกว่า ถ้าอิหร่านไม่เข้าไปแทรกแซงในซีเรีย ซีเรียล้มตั้งแต่วันแรก ใครจะไปคาดคิดว่า บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย จะแข็งแกร่งยืนหยัดมาได้จนถึง ทุกวันนี้ อัซซาดไม่สามารถที่จะต่อสู้ด้วยลำพังตัวของเขาเองได้ เพราะกำลังต่อสู้กับชาติตะวันตกทั้งหมดและกำลังต่อสู้กับเงินของมหาเศรษฐี กำลังต่อสู้กับระบบปีโตร ดอลลาร์ทั้งหมดทำให้อเมริกาซื้อน้ำมันโดยใช้เงินตราที่ตั้วเองพิมพ์มาเท่าไหร่ก็ได้ 100%

ปีโตรดอลลาร์ คือ อะไร?

คำตอบ คือในปี 1973 อเมริกาได้คิดแผนใหม่ขึ้นมา อเมริกาได้ตกลงจับมือกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกกฏในการซื้อขายน้ำมันใหม่ว่า ถ้าใครต้องการซื้อน้ำมันจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ต้องชำระด้วยเงินดอลลาร์เท่านั้น ! ไม่ว่าจะเป็นเงินตราจากสกุลไหน ต้องแลกเปลี่ยนเป็นดอลลาร์ก่อน ไม่งั้นไม่ขาย !!

แล้วข้อตกลงอีกอย่างหนึ่งก็คือ ประเทศซาอุดิอาระเบีย สามารถนำรายได้ส่วนเกินจากการขายน้ำมันมาซื้อ ตราสารหนี้ของอเมริกาได้

แล้วประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้อะไรจากการร่วมมือกับอเมริกาครั้งนี้ ?
คำตอบ : ประเทศซาอุดิอาระเบียได้กำลังทหาร อาวุธ และการปกป้องจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจากประเทศ อิสราเอล

จากการร่วมมือกันครั้งนี้ ภายในปี 1975, ทุกประเทศที่อยู่ในกลุ่มโอเปคก็ตกลงที่จะขายน้ำมันตัวเองโดยใช้ดอลลาร์เป็นตัวกลางการซื้อขายเพื่อแลกกับ อาวุธ และ การป้องกันทางทหาร
อเมริกาได้คำนวนไว้อย่างดีแล้ว” ปีโตรดอลลาร์” ได้สร้างความต้องการปลอมๆให้เงินสกุลดอลลาร์ ในทันทีเงินน้ำมันจำนวนมหาศาลถูกทิ้งลงไปในซีเรีย อยู่ดีๆมีนักรบที่ช่ำชองที่สุดมาจากทั่วโลก ดาอิชไม่ใช่นักรบธรรมดา

ผมบอกไว้เลยว่า “ ดาอิส “ไม่ใช่นักรบธรรมดา ดาอิช 3-4 คนบางครั้งจับตายทหารอิรัคได้เป็น 100 คน ประกอบกับพวกอิรัคด้วยแหละ ที่ยอมให้ดาอิชจับไปประหารชีวิต แต่ว่าไม่ยอมสู้ถวายชีวิต

ฉะนั้น ดาอิชไม่ใช่นักรบธรรมดา ซึ่งตอนแรกๆที่เกิดข่าวขอยืนยันว่า นักรบชุดแรกๆที่เข้ามาในซีเรียนั้น ค่าจ้างค่าแรงงานต่ำสุดวันละ 1000 ดอลลาร์ นั่นคือ ต่ำสุด พลทหารค่าจ้างต่ำ คือ ที่เค้าจับได้และสอบสวนได้ค่าจ้างวันละ 1000 ดอลลาร์

1000 ดอลลาร์ ณ วันนี้คิดเป็นเงินไทย 33000 บาท
วันละไม่ใช่เดือนละ วันละ 1000 ดอลลาห์ต่อหนึ่งคน
ลองคิดดู ค่าจ้างวันละ 1000 ดอลลาร์ แล้วถ้าคิดเป็นเดือน เดือนละเท่าไหร่???

คำตอบ : เดือนละ ประมาณเป็นล้านบาท นักรบแต่ละคน ได้เดือนละหนึ่งล้านบาท ซึ่งแน่นอนจะต้องจ้าง ซึ่งเมื่อดาอิสรับจ้างเหล่านี้ถูกจับได้ กลับไม่ใช่มุสลิมทั้งหมด แม้แต่สหรัฐ อิสราเอลก็ถูกจับได้ทั้งที่ถูกฆ่า สายลับเยอรมันสายลับจากที่ต่างๆก็ถูกจับได้เป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ถ้าอิหร่านไม่เข้าไปแทรกแซง ซีเรียก็ล่มไปตั้งแต่วันนั้น อิหร่านก็ต้องเข้าไปแทรกแซง

ซึ่ง เราได้เคยบอกไปแล้ว เป้าหมายการบุกซีเรีย ก็คือ ต้องการที่จะทำลายอิหร่านและฮิสบุลลอฮ

เหตุผลหนึ่ง ที่อเมริกายังไม่กล้าบุกอิหร่าน ก็คือ กลัวปฏิบัติการของฮิสบุลลอฮฺ แต่จริงๆแล้วที่เหนือกว่าฮิสบุลลอฮฺก็ยังอยู่ในอิหร่าน แต่บังเอิญว่า ฮิสบุลลอฮฺโชว์ให้เห็น อเมริกาเลยคิดว่า ถ้าทำลายฮิสบุลลอฮฺได้เราก็หยุดอิหร่านได้ อิหร่านจะกัน อาจจะทำให้มันตัดสินใจบุกอิหร่านเพราะว่าไม่มีฮิสบุลลอฮฺเข้าไป ซึ่งมันโง่ และก็ลืมคิดว่าฮิสบุลลอฮฺนั้นอิหร่านก็เป็นคนสร้าง

พี่น้องมั่นใจไว้ได้เลยว่า อิหร่านไม่สร้างฮิสบุลลอฮพวกเดียว มวยที่ยังไม่ได้เปิดของอิหร่านยังมีอีกมาก วันนี้เพิ่งจะเข้าใจว่า ฮิสบุลลอฮฺเกิดขึ้น ฮิสบุลลอฮฺเก่งมีศักยภาพ เพราะนายพลคนหนึ่งของอิหร่าน ชื่อ ท่านนายพลกอซิม สุไลมานี่

ท่านนายพลกอซิม สุไลมานี่ เข้าไปในอิรัคก็เกิดเยาวชนมะฮ์ดีขึ้นมา

กองกำลังของอิมามมะฮ์ดี(อ)ในอิรัค ซึ่งแบบฮิสบุลลอฮฺนั้นอิหร่านสร้างไว้เยอะแล้ว เราคอยดูกันเมื่อถึงเวลา จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับอิหร่านโดยตรง เพราะสถานการณ์ในตะวันออกกลางทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้องการที่จะโค่นล้มรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เพราะว่า มีทั้งปัจจัยประเด็นการเมืองทั่วๆไป

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเมื่ออิหร่านอยู่ในพื้นที่นั้น อิหร่านก็กำลังดึงพันธมิตร อิทธิพลของจีน อิทธิพลของรัสเซีย เข้ามายังภูมิภาคตะวันออกกลาง

ซึ่งตะวันออกกลางนั้นอเมริกาถือว่าเป็นเหมืองทองของตัวเอง ซึ่งไม่อยากจะให้ใครเข้ามาขุด ใครเข้ามามีบทบาท ซึ่งตรงนี้ก็เริ่มที่จะเหนียวแน่น

วันนี้ ข่าวล่าสุดรัสเซียส่ง Mig-35 เป็นเครื่องบินขับไล่ ให้กองทัพอิหร่านหลายฝูง Mig-35นะ คือต้องรู้จักด้วย Mig-35เนี่ย ในอเมริกามี F16 เทียบเท่าได้กับ Mig-31 ของรัสเซีย แต่วันนี้รัสเซียส่ง Mig-35 ให้กับอิหร่าน สงครามใกล้เข้ามาอย่างสุดๆแล้วMikoyan-Gurevich MiG-35
มิก35 ฟัลครัมเอฟ ก็คือมิก29เอ็ม2 ซึ่งพัฒนามาจากมิก29เอ็มอีกที มีการพัฒนาให้ทันสมัยกว่าเดิม บินครั้งแรกในปี2007

คำถามที่ 18 : ช่วยวิเคราะห์ เชื้อไวรัสอีโบล่ามีผลทำให้เกิดอะไรบ้าง?

ตอบ : ก็มีนักวิเคราะห์แล้วว่า หนึ่งในวิธีการที่จะลดจำนวนประชากรในโลก โดยเผยแพร่เชื้อต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะไวรัสอีโบล่าเพียงอย่างเดียว โรคซาร์ โรคอะไรทั้งหมด เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาโดยขบวนการทำลายโลก ขบวนการมารของโลก อาจจะเป็นอิลลูมินาติหรือไซออนิสต์ หรือขบวนการของบรรดาดัจญาล และซาตาน

เพิ่มเติม โดยสรุปง่ายๆ

โรคไวรัสอีโบลา หรือไข้เลือดออกอีโบลา

-อีโบล่าเทียบกะไข้เลือดออกก็คือ

-เคยระบาดแถวแอฟริกา อัตราการเสียชีวิตอีโบล่าสูงเกินครึ่ง

-ผู้ป่วยจะมีไข้ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วง ร่วมกับการทำหน้าที่ของตับและไตลดลง เมื่อถึงจุดนี้ บางคนเริ่มมีปัญหาเลือดออก

-ยังไม่มีการรักษาไวรัสอย่างจำเพาะ(คือยังไม่มีแอนตี้ไวรัส)

-ยังผลิตวัคซีนไม่ได้

-อีโบล่าตอนนี้ระยะฟักตัวอยู่ที่ 21 วัน

ระยะฟักตัว = ได้รับเชื้อแล้วแต่ “ยัง” ไม่แสดงอาการ ยิ่งระยะฟักตัวนาน ยิ่งน่ากังวล เพราะเท่ากับว่าเราไม่ทราบเลยว่าใครติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ

-ติดต่อทางสารคัดหลั่ง เช่น สัมผัสกับเลือด เหงื่อ อุจจาระโดยตรง หรือติดทางเพศสัมพันธ์

-ข่าวดี ยังไม่พบในไทย

-ข่าวร้าย ปัจจุบันยอมรับกันว่าเกินจะควบคุม และพบในผู้ป่วยที่เดินทางกลับสหรัฐ แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตไปก่อน

ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการยืนยัน ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดหลายๆอย่าง ซึ่งชื่อโรคผมจำไม่ชัวร์นะ ไม่รู้ว่าช่วงโรคซาร์หรือโรคอะไรก็แล้วแต่ จะมีบุคลากรชุดหนึ่งออกจากประเทศอิสราเอล แล้วก็ไปฉีดวัคซีนป้องกันคนยิวทั่วทั้งโลก โดยอาศัยโบสถ์เป็นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดที่จะเกิดขึ้น

นี่เป็นหลักฐานทางวิชาการซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกๆฝ่าย ในโบสถ์ยิวในอินเดีย พวกคริสต์อินเดียที่เป็นชาวยิว พวกนี้จะได้รับวัคซีนทั้งหมดทั่วทั้งโลก โดยใช้โบสถ์เป็นสถานที่แจกจ่ายวัคซีน หลังจ่ายวัคซีนนั้นไม่นานก็เกิดโรคระบาดต่างๆเกิดขึ้นมา

ซึ่งวันนี้เมื่อไม่กี่วัน นักวิชาการก็ออกมาบอก เชื้อไวรัสอีโบล่าก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งเชื้อ ซึ่งอย่างน้อยๆ

หนึ่ง ทำลายเศรษฐกิจ

สอง คนตายไปกับเชื้อนี้ คนในประเทศ 1,2,3 พันคน คือ ถ้าคุมได้ ถ้าคนไม่ได้อาจจะตายเป็นแสนๆ อาจจะตายเป็นล้านๆคนก็ได้ ก็พยายามทำให้มันเกิดสิ่งต่างๆเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อทำลายล้าง

ดังนั้น นี่คือ งานของบรรดาดัจญาล คือ ทำทุกวิถีทาง

ซึ่งในริวายัตที่เกี่ยวข้องกับอิมามมะฮ์ดี(อ)ในเรื่องนี้ก็มี ว่า ก่อนการปรากฏตัวก็จะเกิดโรคระบาดที่ร้ายแรงอันหนึ่ง ที่จะทำให้ประชากรในโลกนั้นตายเป็นจำนวนมากมาย แต่ส่วนโรคอะไรนั้น เรายังไม่รู้ ถ้าเกิดอีโบล่าเอาไม่อยู่คนตายกันเป็นแสนเป็นล้าน

ก็อาจจะหมายถึง โรคที่ริวายัตหมายถึง แต่ถ้าเกิดอีโบล่าทำลายล้างไม่สำเร็จก็อาจจะคิดชื่อโรคใหม่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเชื้อโรคใหม่ต่างๆนั้นผลิตขึ้นมาโดย CIA ผลิตขึ้นมาโดยขบวนการยิวไซออนิสต์ คือทำทุกวิถีทางเพื่อลดประชากรโลก ให้คนทั้งโลกเป็นโรคต่างๆ ให้คนทั้งโลกนั้นสมองเสื่อม ทำให้คนทั้งโลกนั้นหมดสมรรถภาพในการสืบพันธุ์ คือทำทั้งหมด ทำทุกอย่าง คือ ถ้าทำทุกอย่างเอามาประเมินผลลัพธ์มันมาก เราอย่าไปประเมินเรื่องเดียว ผลลัพธ์มันมาก แม้แต่คิดอาหารการกินอะไรต่างๆทั้งหมดนี้นั้น จะมีผลที่ให้คนได้ประโยชน์ทางด้านนี้ ไม่ใช่ประโยชน์ทางด้านเงินเท่านั้น คือประโยชน์ทางด้านการทำลายเผ่าพันธุ์ของมวลมนุษยชาติ

 

♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔

♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔

♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔
บรรยายพิเศษ โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

เมื่อเสาร์ที่ 27 กันยายน 2557

ณ มัสยิดอิมามอาลี (อ) อ.ท่าแพ จ.สตูล

คุณ ซัยหนับ บินตี นาบาวี (ผู้ร่วมถอดเทป )