“อัยยามุลฟาฏิมิยะฮ์” รำลึกถึงประมุขสตรีแห่งสากลจักรวาล [ตอนที่ 1]

94

📝บางส่วนจากการบรรยายโดย ฮุจญตุลอิสลามฯ ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

________________

••• การรำลึกถึงคืนวันแห่งการเป็นชะฮาดัตของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)นั้น เรามีสองรายงานด้วยกัน และทั้งสองรายงาน ต่างก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ซึ่งยังไม่เคยปรากฏว่า มีอาลิมอุลามาอฺท่านหนึ่งท่านใดที่จะชี้ชัดหรือฟันธงให้กับช่วงวันใดจากทั้งสองในการเป็นชะฮาดัต ซึ่งแน่นอนว่า เหตุผลและนัยยะของมันนั้นมีมากมายหลายประการด้วยกัน

ในริวายัตจำนวนหนึ่งได้กล่าวว่า หลังจากการจากไปของท่านรอซูลุลลอฮ(ศ็อลฯ) ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)มีชีวิตอยู่ในโลกต่อไปเพียง 75 วัน ซึ่งถ้ายึดถือตามริวายัตนั้น ก็จะตรงคืนวันนี้ นั่นคือ ค่ำคืนที่ 13 ญะมาดิลเอาวัล

ส่วนอีกริวายัตหนึ่ง ได้รายงานว่า หลังจากการวะฟาตของรอซูลุลลอฮ(ศ็อลฯ)นั้น ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)มีชีวิตต่ออีก 95 วัน เมื่อนับ 95 วันดังกล่าว ก็จะไปตรงกับวันที่ 3 ของญะมาดิซซานีย์ ซึ่งนับจากวันนี้ไปก็อีกประมาณ 20 วัน ที่เราจะร่วมไว้ทุกข์ไว้อาลัยกันอีกครั้งหนึ่งในเรื่องราวนี้อีกเช่นกัน แต่หลังจากนั้นอีก 17 วัน หมายถึงหลังจากวันที่ 3 ญะมาดุลอาคิร(ญะมาดิซซานีย์ )ก็จะตรงกับวันประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)

เพราะฉะนั้น สองเดือนนี้ จึงเป็นเดือนแห่งการรำลึกถึงท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) สองงานแรก คือการไว้ทุกข์ไว้อาลัย ส่วนงานที่ 3 นั้นเป็นงานเฉลิมฉลอง แสดงความภาคภูมิใจ แสดงความดีใจ กับวันที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)ถือประสูติขึ้นมา เป็นมัคลูกที่ยิ่งใหญ่ และถือเป็นเนี๊ยะมัตอันยิ่งใหญ่สำหรับโลกทั้งผอง

โดยในความยิ่งใหญ่ ความสำคัญของการรำลึกนี้ หลายๆประเทศ ที่คนส่วนมากเป็นชีอะฮ์ เติบโตมากับวัฒนธรรมของชีอะฮ์ และสามารถที่จะสร้างวัฒนธรรมในการรำลึกที่สมบูรณ์ได้นั้น ก็จะมีการรำลึกถึงเรื่องราวของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ถึง 10 วัน 10 คืน

ในการรำลึกครั้งแรก ในภาษาจะเรียกว่า ‘สิบหนึ่ง’ หรือ ‘สิบครั้งที่หนึ่ง’

▪️การรำลึก ‘สิบครั้งที่หนึ่ง’ คือ ตั้งแต่วันแรกนี้ไป ทุกๆสถานที่ ในประเทศอิหร่าน เลบานอน อิรัก ปากีสถาน หรือในอินเดีย ที่มีชีอะฮ์จำนวนมากมายหลายล้านคนนั้นก็จะมีการรำลึก ชี้ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของการรำลึกท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) เป็นจำนวน 10 วันติดต่อกัน

▪️หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การรำลึก ‘สิบที่สอง’ อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นจริงๆแล้วเป็นการรำลึกอย่างน้อยที่สุดถึง20 วัน20 คืน

อนึ่ง โรงเรียนศาสนาในเมืองกุมและในอิรักจะส่งบรรดานักเรียนศาสนาออกไปเผยแพร่ในช่วงเวลาเหล่านี้ ซึ่งโรงเรียนส่วนมากจะปิด นอกจากในชั้นเรียนเบื้องต้น ชั้นเรียน ‘ابتداییة’ (อิบติดาอิยะฮ์)หรือในหลักสูตรเบื้องต้น ‘مقدمة’ (มุก็อดดิมะฮ์)อาจจะไม่ปิด แต่ระดับที่สามารถจะเป็นนักตับลีฆได้นั้น สถาบันศึกษาศาสนาทั้งในเมือง ‘กุม’ทั้งใน ‘นาญัฟ’จะปิดทำการ เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดานิสิตนักศึกษาที่มีความสามารถเหล่านี้ เป็นผู้บรรยาย อีกทั้งได้ออกไปเผยแพร่บนหน้าแผ่นดิน ไปยังเมืองและหมู่บ้านต่างๆ เพื่อที่จะนำเรื่องราวของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ.) ไปถึงมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะบรรดาบุคคลที่มีความรักต่อบรรดาอะฮ์ลุลเบต(อ) นั่นเอง

🔻ดังนั้น ที่เริ่มต้นด้วยสิ่งนี้นั้น เนื่องด้วยอยากจะย้ำเตือนพวกเราทุกคนว่า ถึงแม้นว่า พวกเราซึ่งยังอ่อนแอ และยังไม่เข้มข้นในเรื่องราวพิธีกรรมและประเพณีต่างๆเหล่านี้ ก็ควรจะให้ความสำคัญ

ถึงแม้เราอาจจะจัดมัจญลิสกันแค่ริวายัตหนึ่งคืน แต่ในวันที่เหลือในช่วงเวลานี้นั้น จงทำให้จิตวิญญาณของเรา ชีวิตของเรา การดำเนินชีวิตของเราในห้วงเวลานี้ให้ใกล้ชิดกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ)ให้ได้มากที่สุด

🔻หนึ่งในเหตุผล ก็เพราะว่า เรื่องราวของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ) นั้นเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ และมีมิติที่ลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก แทบจะกล่าวได้ว่า ยิ่งใหญ่ในทุกแง่มุม เรามีความเข้าใจ / เรามีมะรีฟัตในเรื่องราวของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ)มากเท่าใด เราก็จะเข้าใจศาสนาอันบริสุทธิ์มากเท่านั้น หมายความว่า หากเรารู้จักท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ) มากเท่าใด เราก็รู้จักศาสนาอันบริสุทธิ์นี้มากเท่านั้น หากเราเข้าใจเรื่องราวของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ถึงขั้นเรียกได้ว่ามี “มะรีฟัต” เราก็จะเข้าใจศาสนามากขนาดนั้น

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเวลาเหล่านี้ อินชาอัลลอฮ์….. วิถีชีวิตของเรานั้น ก็ควรที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อย่าให้ได้มีวิถีชีวิตที่เดิมๆโดยเฉพาะในค่ำคืนนี้ ในวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่า เราจะต้องแสดงตน แสดงตัวให้เป็นผู้รำลึกที่สมบูรณ์•••

[โปรดติดตามต่อนต่อไป]
___________

Facebook : @syedsulaiman.th
Instagram : @syedsulaiman_thailand
YouTube : Syedsulaiman. com