นิซฟูชะอฺบาน – วันคล้ายวันประสูติ อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย” (ตอนที่ 8)

18

🎈นิซฟูชะอฺบาน 2020 Part 8 🌹วันคล้ายวันประสูติ อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย”
8/4/2563 (ค่ำ 15 ชะอฺบาน 1441) บรรยายพิเศษโดย ฮุจญตุลอิสลามวัลมุสลิมีน ซัยยิด สุไลมาน ฮูซัยนี


🔴 ความสำคัญของการมีมะรีฟัตต่ออิมามประจำยุค

การมีมะรีฟัตต่ออิมาม ไม่ใช่เพียงรู้ว่า อิมามมะฮ์ดี(อ)เป็นใคร ลูกใคร หรือปรากฏตัวเมื่อไหร่เพียงแค่นั้น แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งมะรีฟัต คือ จะต้องรู้ว่าเรามีหน้าที่อะไร

ดังนั้น ในวันนี้การทำความเข้าใจ บทเรียนแห่งชีวิตว่า เรามีมะรีฟัตต่ออิมามจริงหรือไม่นั้น คำถามนี้มีคำตอบ

➡️ ทำไม อิมามอะลี(อ) จึงต้องถูกปล้นตำแหน่ง?

➡️ ทำไม อิมามฮะซัน(อ)จึงต้องเซ็นสัญญาสันติภาพกับมูอาวิยะฮ์(ลต.)?

➡️ ทำไม อิมามฮูเซน(อ) จึงต้องเป็นชะฮีด ?

หมายเหตุ : ถึงแม้ว่า การเป็นชะฮีด เป็นความพ่ายแพ้ทางด้าน physical แต่แน่นอน เรื่องชะฮีดเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องตั้งข้อสงสัย

➡️ ทำไม อิมามซัยนุลอาบีดีน(อ) จึงต้องสอนบทดุอาอฺแทนการต่อสู้

➡️ ทำไม อิมามมูซา อัลกาซิม(อ)จึงต้องอยู่ในคุก?

➡️ ทำไม อิมามมะฮ์ดี (อ)”จึงต้องเร้นกายนับเป็นพันๆปี ?

➡️ และทำไม สิ่งต่างๆเหล่านี้ถึงเกิดขึ้นกับบรรดาอิมามในทุกยุคทุกสมัย ?

👉.➡️. คำตอบ เพราะผู้คนในทุกยุคของอิมามไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่

🔶 สาระศึกษา และ ข้อสังเกตุ

➡️ เพราะคนในยุคของท่านอิมามอะลี (อ) รวมทั้งสหายของท่านอิมามอะลี อะบีฏอลิบ บางคน ไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่ พวกเขารู้ แต่ความรู้ไม่ถึงขั้นเป็นมะรีฟัต ด้วยเหตุผลนี้ ท่านอิมามอะลี (อ) จึงถูกปล้นตำแหน่งที่ซากีฟะฮ์

ในการชี้ว่า พวกเขาคือ ผู้ตามของอิมามประจำยุคนั้น ทั้งๆที่รู้ว่า พวกเขามีหน้าที่อะไร แต่ไม่ทำ

ดังนั้น เมื่อพวกเขาไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่ ถึงแม้ท่านอิมามอะลี(อ) จะมีดาบซุลฟิก็อรที่คมกริบที่สุดในโลก ก็ต้องถูกเก็บเข้าฝัก และต้องอยู่อย่างขันติธรรมเป็นเวลานานถึง 25 ปี

➡️ ในยุคของอิท่านมามฮะซัน อัลมุจตาบา(อ) จริงๆแล้วท่านพร้อมจะทำสงครามกับมูอาวิยะฮ(ลต.) แต่เมื่อคนที่เป็นมะอฺมูมประจำยุคของท่านไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่ของตนเอง ด้วยเหตุผลนี้ อิมามฮาซัน อัลมุจตาบา(อ) จำเป็นต้องเซ็นสัญญาสันติภาพกับมูอาวียะฮ์(ลต.)

➡️ เมื่อมาถึงยุคมะอฺมูมของอิมามฮูเซน (อ) พึงรู้ไว้ว่า มนุษย์ทุกคนคือมะอฺมูมของอิมามฮูเซน(อ) ไม่ว่าจะเป็นซุนนี หรือ ชีอะฮ์ หรือจะเป็นใครก็ตาม ทุกคน คือ มะอฺมูมของอิมามฮูเซน(อ)ทั้งสิ้น แต่เมื่อมะอฺมูมของอิมามฮูเซน(อ) ไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่ ผลที่ตามมา อิมามฮูเซน(อ) จึงต้องถูกทำชะฮีดที่กัรบาลาอฺ และทุกอิมามก็เป็นเช่นนั้น

➡️ ครั้นยุคหนึ่งมาถึง แม้กระทั่งอิมามมูซากาซิม (อ.) ต้องไปอยู่ในคุกต่อหน้าต่อหน้ามะอฺมูมทั้งหลาย ที่เกิดจากมะอฺมูมของท่านไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่เช่นกัน

➡️ จนกระทั่งมาถึงอิมามประจำยุคของเราในอดีต ในยุคที่อิมามซะมาน มีอายุ 7 ขวบ จนถึงอายุ 40 ปี เป็นที่ทราบกันดีว่ามะอฺมูมในยุคนั้นของท่านก็ไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ อิมามซะมานจึงต้องเร้นหาย (ฆ็อยบะฮฺ) นับเป็นพันๆ ปี

🔴 การเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)

อุละมาอฺซุนนี่และชีอะฮ์ ได้บันทึกฮะดีษที่เกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ไว้อย่างมากมาย จาก มุสนัด อะห์มัด อิบนิ ฮัมบัล และ เศาะฮิหฺบุคอรี เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือฮะดีษที่มาตรฐานของ อะฮ์ลิสซุนนะฮ์ ที่ได้เขียนขึ้นก่อนการถือกำเนิดของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) และหนังสือทั้งสองเล่มนี้ก็ได้รายงานฮะดีษต่างๆที่เกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี(อ)ไว้ เป็นจำนวนมาก

หนังสือ มะชีคะห์ เขียนโดย หะซัน บิน มะฮ์บูบ ซึ่ง เช็คก็อบริสีย์ ได้กล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้ได้เขียนขึ้น 100 ปีก่อนการเร้นหายครั้งใหญ่( ฆ็อยบะตุลกุบรอ) ของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้รายงาน เรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับการเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) และ เชคตูซี ได้กล่าวต่อไปอีกว่า ฮะดีษต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ได้ถูกบันทึกไว้อย่างมากมายโดยนักฮะดีษชาวชีอะฮ์ ตั้งแต่สมัยของท่านอิมามบากิร และอิมามญะอฟัร( อ )

🔴 การเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) : ทัศนะของเชคตูซี (อุลามาอฺอันดับต้นๆที่ยิ่งใหญ่ในอิสลาม )

ทีนี้ เรามาศึกษาคำพูดของเชคตูซี อุลามะอฺอันดับต้นๆที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในอิสลาม โดยเฉพาะในสายธารของชีอะฮ์ ท่านได้ถอดรหัสบทเรียนอากีดะฮ์ ภาคศรัทธาอูศูลุดดีน โดยท่านขึ้นต้นบทว่าด้วยเรื่องราวของอิมามมะฮ์ดี(อ) ความดังนี้

“وجوده لطف و غبته منا”
(วุญูวดุฮู ลุฏฟุน วะฆัยบะตูฮู มินนา)

ความว่า “มีท่านคือ ความเมตตา แต่การเร้นกายเป็นเพราะเรา”

ประโยคนี้บอกว่า “การมีอิมามมะฮ์ดี(อ) ในโลกนี้นั้นเป็น “ลุฏฟฺ” ของอัลลอฮฺ (ซบ.)”

คำว่า “ลุฏฟฺ” มาจากพยัญชนะ ل ط ف (ลาม ฏอ ฟา) ภาษาไทย แปลว่า ความโปรดปรานที่ละเมียดละไม หรือ การทำอะไรที่มันละเอียดอ่อน ละเมียดละไม สวยงาม สุดยอด ซึ่งในภาษาอาหรับ คำว่า ละฏิฟฟุนา รากศัพท์ คือ “ลุฏฟฺ “ นั่นเอง

ดังนั้น เวลาคนอ่านดุอาอฺ ที่เขาอ่าน “يا لطيف ” (ยาละฏิฟุน) นั้นหมายความว่า เขาเรียกอัลลอฮ์ โอ้พระผู้ทรงมีผลงานที่เป็น ลุฏฟฺ”

ในการทำความเข้าใจว่า การทำอะไรที่มันละเอียดอ่อน ละเมียดละไม สวยงาม สุดยอด เขาเรียกว่า “يا لطيف ”

และความโปรดปรานในผลงานชิ้นนี้ ท่านเชคตูซี เขียนประโยคแรกว่า
“وجوده لطف ”
(วุญูว ลุฏฟุน)
ความว่า “มีท่านคือ ความเมตตา”

คำอธิบาย : อัลลอฮฺ (ซบ.) บอกว่า การมีอิมามซะมาน หรือ การมีผู้มาโปรดคนหนึ่ง ที่จะมาโปรดโลกนี้ก่อนวันสิ้นโลก เชคตูซีบอกว่า “ลุฏฟฺ” นี่คือ ความโปรดปรานที่ละเอียดละอ่อนละเมียดละไมของอัลลอฮฺ (ซบ)

🌷ซูเราะฮ์ เกาะศ็อศ โองการที่ 5
وَنُرِيدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى الَّذِينَ اسْتُضْعِفُوا فِي الْأَرْضِ وَنَجْعَلَهُمْ أَئِمَّةً وَنَجْعَلَهُمُ الْوَارِثِينَ
และเราได้ประสงค์ที่จะทำให้ความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ที่ถูกกดขี่บนหน้าแผ่นดิน โดยทำให้พวกเขาเป็นผู้นำทั้งหลาย (บรรดาอิมาม)และทำให้พวกเขาเป็นทายาทผู้สืบมรดก

คำอธิบาย : แน่นอน คนที่สัญญาว่า จะส่งผู้ถูกกดขี่มาปกครองผู้กดขี่ หรือ เตรียมสถานการณ์โลก ตามที่ฮะดิษรายงานอย่างมากมายว่า
“เมื่อถึงยุคอิมามมะฮ์ดี(อ)ปรากฏ โลกนี้จะเต็มไปด้วยระเบียบกฎเกณฑ์จนถึงขั้นที่หมาป่าจะกินน้ำเคียงข้างลูกแกะได้ และในวันนั้นจะเป็นวันที่สัตว์ดุร้าย อาทิ เสือ สิงโต ฯลฯ กินมังสวิรัตแทนเนื้อเป็นอาหาร”

และยังมีหลักฐานจากฮะดีษต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) บอกว่า โลกในยุคอิมามมะฮ์ดี(อ) ไม่เพียงแต่มนุษย์จะไม่เบียดเบียนกัน แม้แต่สัตว์ที่เคยล่าเนื้อเป็นอาหาร เช่น เสือ สิงโต ที่เคยล่าเก้ง กวาง ควายเป็นอาหาร รวมสัตว์ร้ายทั้งหมดในยุคอิมามมะฮ์ดีจะเปลี่ยนมากินมังสวิรัต

นี่คือ ความหมายของ คำว่า “ลุฏฟฺ” คือ ความโปรดที่ละเมียดละไมและงดงาม

ประโยคที่สอง ที่ชี้ถึงความเจ็บปวด นั่นก็คือ

“و غبته منا”
(วะฆัยบะตุฮู มินนา)
ความว่า “แต่การที่ท่านต้องเร้นหาย เพราะเรา”

คำอธิบาย : “เพราะเรา” ในที่นี้ หมายความว่า การที่อิมามมะฮ์ดี(อ) ต้องเร้นหาย เพราะมาจากเรา หากถามว่า เพราะอะไรของเรา คำตอบ คือ เพราะเราไม่มีมะรีฟัตต่อหน้าที่ของเรา

ดังนั้น เมื่อเราดำเนินชีวิตโดยไม่รู้ว่า เรามีหน้าที่อะไรในยุคแห่งการรอคอย ซึ่งเรานี้ หมายถึง “เรา” ที่ไม่ใช่เราที่อิหร่าน เลบานอน ซีเรีย เยเมน ไม่ใช่เราที่เป็นบางส่วนของปากีสถาน อัฟกานิสถาน เพราะเขาเหล่านั้นเข้าใจและมีมะรีฟัตต่อหน้าที่แล้ว

ทว่า “เรา” อีกจำนวนมากยังไม่รู้ว่า ภารกิจของผู้ที่ในยุคการรอคอยอิมามมะฮ์ดี(อ) นั้น ต้องทำอะไรบ้าง จะเห็นได้ว่าการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ได้แต่ทำมาหากิน ทำการละหมาด แต่ไม่รู้เรื่องอะไรกำลังเกิดขึ้นในสังคมโลก ในขณะที่ผู้รอคอยที่แท้จริงบนโลกนี้ เช่น ชาวอิหร่าน เลบานอน ซีเรีย เยเมน ปาเลสไตน์ บางส่วนของปากีสถาน อัฟกานิสถาน กำลังพลีกายถวายชีวิตกันอยู่

โปรดติดตาม Part 9 เป็นตอนสุดท้าย

اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم

เรียบเรียงโดย : Wanyamilah S.✍🏻

ถอดบทความโดย ซะฮ์รอ สันองค์