นิซฟูชะอฺบาน – วันคล้ายวันประสูติ อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย” (ตอนที่ 2)

34
🎈นิซฟูชะอฺบาน 2020 Part 2 วันคล้ายวันประสูติ อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย”
บรรยายพิเศษโดย ฮุจญตุลอิสลามวัลมุสลิมีน ซัยยิด สุไลมาน ฮูซัยนี

🔴 สนธิสัญญาของพระผู้เป็นเจ้า

📖 ซูเราะฮ์​อัล-กอศ็อศ โองการที่ 5

(وَنُرِیدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى ٱلَّذِینَ ٱسۡتُضۡعِفُوا۟ فِی ٱلۡأَرۡضِ وَنَجۡعَلَهُمۡ أَىِٕمَّةࣰ وَنَجۡعَلَهُمُ ٱلۡوَ ٰ⁠رِثِینَ)

คำอธิบาย : อัลลอฮ์​ต้องการจะเอาความโปรดปราน​อันนี้ มอบให้กับผู้ถูกกดขี่​ทั้งหมดในโลกนี้ ความจริงแล้วสนธิสัญญา​มีรายละเอียด​มาก แต่จะขอยกจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน 4-5 เรื่อง โดยเฉพาะจากโองการนี้บอกถึง ภารกิจ​หลักๆของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.) ​ดังนี้

🔹ภารกิจ​ประการที่ 1 การทำให้โลกนี้ถูกปกครองโดยผู้ถูกกดขี่

เมื่อวันแห่งสนธิสัญญามาถึง ผู้ถูกกดขี่ ผู้อ่อนแอ​จะได้เป็นผู้ปกครองในโลกนี้ พี่น้องลองจินตนาการ​ วันที่ผู้ถูกกดขี่ได้ขึ้นมาเป็นผู้ปกครอง วันที่คนที่ถูกกดขี่​ในอเมริกาได้​เป็นผู้นำประเทศ ได้เป็นผู้มีอำนาจในสหรัฐ​อเมริกา​ วันที่ผู้​ที่เคยโดนรังแก ผู้ที่เคยถูกเอาเปรียบได้ขึ้นมา​เป็นผู้มีอำนาจ

แม้ความจริง ในโลกนี้จำนวนผู้กดขี่มีไม่มากสักเท่าไหร่ กระนั้นก็ตาม ทว่าอำนาจก็ยังอยู่ในมือพวกเขาในหลายรูปแบบ ทั้งมาด้วยกลลวง หรือเกมส์​ต่างๆที่เขาได้กระทำต่อชาวโลก แต่วันที่อิมามมะฮ์ดี(อ) ปรากฏ​ นี่คือ ภารกิจหนึ่งของท่าน

🔹ภารกิจ​หลักประการที่ 2 การทำให้ศาสนาของพระผู้เป็นเจ้าประจักษ์

ในอัลกุรอานบอก​ว่า ภารกิจ​หลักๆที่อัลลอฮ์​(ซบ)ตรัสในพระมหาคัมภีร์​อัลกุรอาน​เกี่ยวกับการปรากฏ​ของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)​ อีกโองการหนึ่งที่อัลลอฮ์​(ซบ.)​ได้บอกถึงเหตุผลหนึ่งในการส่งท่านนบีมูฮัมหมัด(ศ็อลฯ) ลงมา เอกองค์อัลลอฮ์​(ซบ.)​ได้กล่าวว่า

📖 ซูเราะฮ์​อัตเตาบัต โองการที่ 33

——————

هُوَ الَّذِي أَرْسَلَ رَسُولَهُ بِالْهُدَىٰ وَدِينِ الْحَقِّ لِيُظْهِرَهُ عَلَى الدِّينِ كُلِّهِ وَلَوْ كَرِهَ الْمُشْرِكُونَ

อัลลอฮ์​ พระผู้อภิบาลได้ส่งศาสดาองค์นี้มาพร้อมคำแนะนำ ด้วยสัจธรรม ​และเป็นศาสนาแห่งสัจจะ เพื่อ (لِيُظْهِرَهُ عَلَى الدِّينِ) ในขณะที่อีกโองการหนึ่งเติมคำว่า کل เพื่อจะทำให้ศาสนาของอัลลอฮ์​นั้นประจักษ์ เหนือศาสนาทุกศาสนา และแม้ว่าบรรดามุชริกจะชิงชังก็ตาม

คำอธิบาย : ศาสนาของอัลลอฮ์ ในที่นี้ อย่าได้แปลว่า ศาสนา​อิสลามเพียงอย่างเดียว จริงๆแล้ว ตามความรู้ จากการศึกษาค้นคว้า พบว่า ทุกศาสนาที่อยู่​ในโลกนี้ คือ ศาสนาของอัลลอฮ์ ​

ศาสนาของอัลลอฮ์ คือ ศาสนาที่มีอยู่ทั้งหมดที่สอนให้มนุษย์​ มีธรรมะ มีเมตตา ซึ่งหลักฐานจากบรรดาอุลามาอฺของเรา และที่มีความเชื่อเหมือนกันนั้นมีอยู่ เช่น เราเชื่อว่าศาสนา​คริสต์ ศาสนา​ยิวมาจากอัลลอฮ์​

อาเล็มอุลามาอฺของเรา บางท่านบอกว่า แม้แต่ในศาสนาพุทธ ยังมีหลักฐาน​ระบุว่า พระพุทธเจ้า​เป็นศาสดาของอัลลอฮ์เช่นกัน ทว่าความเชื่อในการมาของท่าน อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียด​ ตรงนี้ต้องการชี้ว่า สิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้นใน​หลายๆศาสนานั้น เกิดจากการบิดเบือน​ของมนุษย์

ดังนั้น เมื่อในกุรอานบอกว่า

(لِيُظْهِرَهُ عَلَى الدِّينِ كُلِّهِ وَلَوْ كَرِهَ الْمُشْرِكُونَ )

เพื่อจะทำให้ศาสนาของอัลลอฮ์(ซบ)​อยู่เหนือทุกศาสนา ซึ่งคำว่า “อยู่เหนือทุกศาสนานี้” ไม่ได้แปลว่า ศาสนาอิสลาม​อยู่เหนือศาสนาพุทธ​ และศาสนาคริสต์ ​แต่ศาสนาของอัลลอฮ์ ในที่นี้ หมายถึง ศาสนาที่มีคุณธรรม และต้องอยู่เหนือศาสนาจอมปลอมทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ ซึ่งแน่นอนรายละเอียดนี้​ ขออธิบาย​ในโอกาสหน้า อินชาอัลลอฮ ​

​ดังนั้น เราไม่ได้แปลว่า วันที่อิมามมะฮ์ดี(อ)ปรากฏ​ตัว คือ วันที่ศาสนาอิสลามชนะศาสนาพุทธ หรือชนะศาสนาคริสต์​ ไม่ใช่ !!! พึงตระหนักเลยว่า อย่าได้มีความเชื่อเช่นนั้น

จริงๆแล้วเรามีหลักฐาน(รีวายัต)​ยืนยันด้วยว่า ผู้ที่จะมาจรรโลง ผู้ที่จะมาช่วยในภารกิจ​นี้ คือ ท่านนบีอีซา(อ.) ​เพื่อให้เข้าใจง่าย หนึ่งในบุคลากรที่จะช่วยอิมามมะฮ์ดี(อ) มาจากศาสนาคริสต์​นั่นเอง

🔴 ภารกิจของอิมามมะฮ์ดี(อ)

➡️ • อิมามมะฮ์ดี(อ) มาทำให้ศาสนา และคำสั่งสอนของพระผู้เป็นเจ้า​ที่เคยมีมาทั้งหมด รวมตัวกัน

➡️ •อิมามมะฮ์ดี(อ) มาทำให้ศาสนาของอัลลอฮ์ พระดำรัสของอัลลอฮ์​ พระประสงค์​ของอัลลอฮ์อยู่เหนือคำสอนแปลกปลอมต่างๆ เช่น คำสั่งสอนของซาตาน ของฏอวูด ของระบบคิดอะไรทั้งหมดที่จอมปลอม​ เช่น ระบบเศรษฐกิจ​ ระบบสังคม การเมืองและทั้งหมด

นี่คือ ตัวอย่างเพียงบางเสี้ยว​ บางภารกิจอันยิ่งใหญ่ของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) แต่ถ้าเรายิ่งเข้าไปในรายละเอียด ​จะเห็นได้ว่า ศาสนาแห่งสัจจะ เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะในฮะดิษในหลายรายงานของเรามีบันทึกว่า หนึ่งในกองทัพที่จะช่วยเหลือ​อิมามมะฮ์ดี(อ) ตามที่คัมภีร์อัลกรุอานตรัสดังนี้

📖 ซูเราะฮ์​ยูนุส โองการที่ 5

هُوَ الَّذِي جَعَلَ الشَّمْسَ ضِيَاءً وَالْقَمَرَ نُورًا وَقَدَّرَهُ مَنَازِلَ لِتَعْلَمُوا عَدَدَ السِّنِينَ وَالْحِسَابَ ۚ مَا خَلَقَ اللَّهُ ذَٰلِكَ إِلَّا بِالْحَقِّ ۚ يُفَصِّلُ الْآيَاتِ لِقَوْمٍ يَعْلَمُونَ

ความว่า พระองค์ทรงทำให้ดวงอาทิตย์มีแสงเจิดจ้าและดวงจันทร์มีแสงนวล และทรงกำหนดให้มันมีทางโคจร เพื่อพวกท่านจะได้รู้จำนวนปีและการคำนวณ อัลลอฮฺมิได้ทรงสร้างสิ่งเหล่านั้น เว้นแต่ด้วยความจริง พระองค์ทรงจำแนกสัญญาณต่าง ๆ สำหรับหมู่ชนที่มีความรู้

(هُوَ الَّذِي جَعَلَ الشَّمْسَ ضِيَاءً وَالْقَمَرَ)

คำอธิบาย : ผู้ที่จะยืนเคียงข้าง​อิมามมะฮ์ดี(อ) และผู้ที่จะช่วยเหลือ​กองทัพ​ของอิมามมะฮ์ดี(อ) กลุ่มหนึ่งคือ บรรดาผู้ที่ไหว้​พระจันทร์​ กลุ่มหนึ่งคือ บรรดาผู้ที่ไหว้พระอาทิตย์ กลุ่มหนึ่ง คือ ไหว้​ต้นไม้ ไหว้ลูกหิน ไหว้แม่น้ำ

แน่นอนว่า ในโลกนี้มีคนไหว้แม่น้ำ ไหว้ลูกหิน ไหว้ต้นไม้ ไหว้พระจันทร์​ และ มีคนไหว้ดวงอาทิตย์​ ซึ่งหากเจาะลึกลงไปอีก เราจะพบว่า ในประเทศญี่ปุ่นมีการไหว้ดวงอาทิตย์​ ในประเทศจีนมีการไหว้ดวงจันทร์​ และพวกนี้ก็จะเป็นหนึ่งในกองทัพของอิมามมะฮ์ดี(อ) ซึ่งในวันนั้น เรายังเรียกพวกเขาว่า มุชริกีน ถ้าในสำนวนของผม ขอใช้คำว่า “กองทัพมุชริกีนที่จะช่วยอิมามมะฮ์ดี(อ)”

ด้วยกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้เราได้จินตนาการ​อย่างมีความสุข ที่รีวายัตจำนวนหนึ่งบอกว่า หลังจากอิมามมะฮ์ดี(อ)ปรากฏ ​จะมีอะไรปรากฏ​ขึ้นมาบ้าง เพราะจริงๆแล้วทุกศาสนิกไม่ได้เป็นศัตรูกัน ซึ่งหากเราพิเคราะห์จะพบว่า ทุกศาสนิกมีรากฐาน​เดิมที่เป็นศาสนาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นพุทธ​ คริสต์​ อิสลาม แม้แต่ยิว ทั้งหมด​คือ ศาสนาของอัลลอฮ์ ทว่าที่ต่างกันนั้น เป็นเรื่องของรายละเอียด และเหตุผลหนึ่ง​ที่แตกต่าง​กัน ในเรื่องของรายละเอียดนั้น ​ส่วนมากมาจากการบิดเบือน​ของมนุษย์

จะเห็นได้ว่า เพียงเสี้ยวหนึ่งของการอธิบายข้างต้น เมื่อวันนั้นมาถึง ยังชี้ถึงความยิ่งใหญ่​ของมหาบุรุษ​ท่านนี้ วันที่มนุษย์​ทุกชาติ ​ทุกศาสนา แทบจะกล่าวได้ว่าเป็นพี่น้องกัน และหลังจากนั้นศาสนาก็ถูกทำให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ดังนั้น จงพินิจพิจารณาดูว่า ภารกิจนี้จะยิ่งใหญ่​ขนาดไหน ด้วยกับภารกิจนี้ จึงเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจ​ของอัลลอฮ์(ซบ.)​ที่พระองค์มอบให้สำหรับชาวโลก และความสำคัญนั้น ตามที่บอกไปแล้วว่า “กิยามัตก็กิยามัตไม่ได้”

ชัดแจ้ง ฮะดิษนี้ ท่านนบีมูฮัมหมัด(ศ็อลฯ) กล่าวไว้อย่างละเอียดแล้วว่า “มาตรแม้นวันพรุ่งนี้เป็นวันกิยามัต หรือเหลือเพียงวันเดียว อัลลอฮ์​(ซบ)ตรัสว่า พรุ่งนี้​จะกิยามัต ไม่เลื่อนแล้ว พระองค์ก็​จะทำให้หนึ่งวัน(สุดท้าย)นั้นยาวนาน จนอิมามมะฮ์ดี(อ)มาปรากฏ​ แล้วทำภารกิจ​ของท่านสำเร็จอย่างสมบูรณ์ก่อน จึงจะกิยามัตได้”

หากจะกล่าวโดยสรุป อัลลอฮ(ซบ) จะทำวันสุดท้ายนั้นให้มีเวลายาวนาน เพื่อให้ภารกิจ​ของอิมามมะฮ์ดี(อ.) ​ถูกกระทำ ถูกปฏิบัติ ตามที่พระองค์ได้​ทรงสัญญา​ไว้

โปรดติดตาม Part 3

اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم

เรียบเรียงโดย : Wanyamilah S.✍🏻