นิซฟูชะอฺบาน – วันคล้ายวันประสูติ อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย” (ตอนที่ 1)

49
🎈นิซฟูชะอฺบาน 2020 Part 1 : วันคล้ายวันประสูติ อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย”
บรรยายพิเศษโดย ฮุจญตุลอิสลามวัลมุสลิมีน ซัยยิด สุไลมาน ฮูซัยนี

💠 อิมามมะฮ์ดี (อ) “มหาบุรุษที่โลกรอคอย”

🌷ท่านศาสดามูฮัมหมัด(ศ็อลฯ)กล่าวว่า

ماتَ وَ لَمْ يَعْرِفْ إمامَ زَمانِهِ مَاتَ مِيتَةً جَاهِلِيَّة“ “
{ ผู้ที่ตายโดยที่ไม่รู้จักอิมามประจำยุคของเขา เปรียบดั่งผู้ที่ตายในยุคญะฮีลียะฮ์}

อัลฮัมดุลิลลาฮ ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับมวลมุสลิมีนทั้งโลก ในค่ำคืนอันมูบาร็อก ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่อีกค่ำคืนหนึ่งในอิสลาม ตามฮะดิษและริวายัตของท่านนบีและท่านอิมามมะศูมมีนนั้น ได้เทียบค่ำคืนนี้เท่ากับค่ำคืนแห่งลัยละตุลก็อดร์ และมีข้อปฏิบัติหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกับลัยละตุลก็อดร์

📝 อะมั้ลในค่ำคืน นิซฟูชะอฺบาน

๑- อาบน้ำฆุซุล คือ การอาบน้ำชำระร่างกายของตนเอง และชำระล้างจิตวิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์เหมือนกับอามั้ลที่เราต้องทำในคืนลัยละตุลก็อดร์

๒- อิหฺยาอฺ (การโต้รุ่ง ด้วยการ ทำอิบาดะฮ์ ขอดุอาอฺ นมาซ มุสตะฮับต่างๆ

การอิหฺยาอฺ คือ การไม่นอนในค่ำคืนนี้ ให้ถือเป็นคืนแห่งการดำเนินชีวิตทางจิตวิญญาณของเรา ที่เรียก อหฺยาอฺ ก็เหมือนลัยละตุลก็อดร์ และยังมีความสำคัญอื่นๆอีกมากมายที่มรรคผลและผลบุญในค่ำคืนนี้เทียบเท่ากับลัยละตุลก็อดร์

๓ – การอิสติฆฟารฺ(ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ)

๔ – การศอลาวาต

๕ – อ่านซิยารัต อิมาม ฮุเซน(อ) (เป็นอะมั้ลที่ประเสริฐสุดในค่ำคืนนี้ )

๖ – การอ่านบทดุอาอฺต่างๆ เช่น อ่านดุอาอกุเมล และบทดุอาอฺอีกมากมาย

หมายเหตุ : แนะนำให้ทุกคนไปศึกษาในหนังสือมุฟาติฮุลญินาน หรือ หนังสือดุอาอฺอื่นๆ อนึ่งที่อยากจะเน้น คือ ในกรณีคืนนี้ เกี่ยวกับอามั้ลที่ศาสนาบอกได้ผลบุญนั้น เราอย่ามองข้ามไปแบบง่ายๆ แต่ให้ถือว่า อัลลอฮ์จะให้รางวัลอันยิ่งใหญ่กับเรา แน่นอนว่าในค่ำคืนนี้ ในเรื่องของดุนยา มนุษย์ก็อยากจะได้รางวัลอันยิ่งใหญ่นี้

ทว่า ในเรื่องของอาคิรัต เราควรขวนขวายหารางวัลพิเศษในชีวิตบ้าง จริงอยู่อามั้ลอิบาดัตแบบทั่วไปของเรา อินชาอัลลอฮ์ มีความหวัง แต่ขอพูดกันตรงๆว่ายาก เพราะอิสลามบอกว่า การทำอามั้ลอิบาดัตด้วยการมีความหวัง แต่ที่คาดหวังนั้นอาจได้ยาก ซึ่งหากจะเอาตามปกติ นมาซหนึ่งได้หนึ่งนั้น คงจะขึ้นสวรรค์กันยากหน่อย

ทว่า ด้วยความเมตตาพระมหากรุณาธิคุณของเอกองค์อัลลอฮ์(ซบ) อัลลอฮ์(ซบ)ได้กำหนดคืนพิเศษต่างๆเพื่อเพิ่มพูนอามั้ลอิบาดัตให้กับมนุษย์ ทำหนึ่งได้สิบ ทำหนึ่งได้ร้อย ทำหนึ่งได้พัน ทำหนึ่งได้หมื่น ทำหนึ่งได้แสนหรือมากกว่าแสนก็ยังมี
📖 ซูเราะฮ์ อัลอะลา โองการที่ 16
——————
بَلْ تُؤْثِرُونَ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا
หามิได้ แต่พวกเจ้าเลือกเอาการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่างหาก
คำอธิบาย : “ชีวิตแห่งดุนยานั้น มันเกิดผลสำหรับเขาเสียแล้ว” มนุษย์ไม่ค่อยสนใจในกำไรหรือสิ่งที่เราจะได้รับในเรื่องของอาคิรัตเท่าไหร่ แต่วันนี้ในดุนยา เมื่อพวกเราทราบว่า นายก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศแจกเงิน 5000 บาท บางคนแทบไม่หลับไม่นอน ขนาดทะเบียนครั้งแรกถูกปฏิเสธ แต่ก็พยายามเข้าไปครั้งที่สองถูกปฏิเสธ บางคนบอกว่าเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่สามทุ่ม ไปจบตีสี่ก็ยังยอม เพื่อให้ได้เงินมา 5000 บาท

หากถามว่า ได้จากใคร?
คำตอบ คือ จากสัญญาของมนุษย์ ซึ่งสิ่งนี้ ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ได้ แต่กลับกันในขณะที่เอกองค์อัลลอฮ(ซบ)บอกชัดว่า ใครก็ตามที่นมาซหนึ่งรอกาอัตในค่ำคืนนี้ จะได้ผลบุญเท่ากับแสน หรือ ถือศีลอดหนึ่งวัน บางครั้งอัยยามนี้เท่ากับบวชตลอดชีวิตก็มีบันทึกในรายงาน แต่มนุษย์ไม่ได้ขวนขวายในสิ่งต่างๆเหล่านี้ ซึ่งคำตอบเหมือนที่ได้อ่านในกรุอ่านความว่า

بَلْ تُؤْثِرُونَ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا
คำอธบาย : “ชีวิตในดุนยานี้มันมีผลกับเขาเสียแล้ว” เขาไม่ได้เสียใจกับมรรคผลหรือสิ่งที่เขาจะได้รับในวันอาคิรัต ดังนั้น เมื่อใดที่เราพบหลักฐาน หรือเจอคำบอกเล่าจากบรรดานบีหรือบรรดาอิมามว่า คืนนี้ดี คืนนี้วันศุกร์มีดุอาอฺกุเมล ต้องตักตวงเอาไว้บ้างเท่าที่เราพึงทำได้ จะได้เป็นกำไรชีวิต อย่าผ่านชีวิตไปโดยเราไม่ได้ปฏิบัติอามั้ลพิเศษของแต่ละวัน ของแต่ละคืน ของแต่ละเดือนไปโดยไร้ประโยชน์

🔸ตัวอย่าง : อะมั้ลประจำวัน

ผมไม่ได้บอกว่า คืนวันศุกร์วาญิบ เพียงแต่ต้องการแนะนำพี่น้องให้ทำในสิ่งที่ทำได้ เช่น ในวันศุกร์ให้อ่านยาซีนให้กับพ่อแม่ อ่านดุอาอฺกุเมล อ่านฟาฏิฮะสามครั้งให้มีตรงตามอามั้ลของประจำวัน

🔸ตัวอย่าง : อะมั้ลในแต่ละเดือน

เดือนชะอฺบาน เดือนรอญับ มีรายงานกล่าวถึงผลบุญอันมากมาย สำหรับผู้ถือศีลอด ดังนั้น เมื่อมีโอกาสให้ถือศีลอด เราต้องถือศีลอดได้บ้างสักสองสามวัน อย่าให้ชีวิตของเราทั้งหมด ได้ผลกำไรแห่งดุนยาเพียงเท่านั้น แต่ให้ปฏิบัติผลกำไรแห่งอาคิรัตด้วย

โดยเฉพาะกิจปฏิบัติในค่ำคืนนี้ มีอามั้ล มีดุอาอฺ มีซอลาวาต และมีอะไรต่างๆจำเพาะในคืนนิซฟูชะอฺบาน มีความสำคัญถึงขั้นมีคำสั่งเสียของศาสนาให้อิหฺยาอฺ ให้เราสามารถให้งดนอนในค่ำคืนนี้ ด้วยการมุ่งมั่น วอนขอดุอาอฺและรำลึกถึงอัลลอฮ์(ซบ) ซอลาวาตให้กับนบี ซอลาวาตให้กับอิมามมะฮดี(อ) และแสวงหาความเป็นศิริมงคลด้วยการอ่านดุอาอฺต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอิมามมะฮดี(อ) อ่านซิยารัตต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอิมามมะฮดี(อ)

อย่าลืมว่า บางครั้งอามั้ลในคืนหนึ่ง เราอาจได้เท่ากับเราได้ทำมาทั้งชีวิต ผมจึงบอกว่า มันมีความคล้ายกับคืนลัยละตุลก็อดร์ และเป็นที่ทราบดีกันว่า คืนลัยละตุลก็อดร์ ถ้าเราสามารถปฏิบัติอามั้ลได้หนึ่งคืนและถูกตอบรับเท่ากับหนึ่งพันเดือน หนึ่งพันเดือนก็เท่ากับ 80 กว่าปี เท่ากับ 1 ชีวิตของเราที่ได้รับการประกันรับรองแล้ว

นี่คือสิ่งแรกที่อยากจะฝากไว้ในค่ำคืนนี้คืออามั้ลอาบาดัตส่วนตัว ส่วนความรู้อุดมการณ์ วิชาการนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การเพิ่มพูนอามั้ลอิบาดัตก็มีความสำคัญ

คำถาม : ทำไมคืนนี้จึงมีความสำคัญ ?
คำตอบ : ความจริงแล้วมุสลิมทั้งโลกยอมรับและทราบดีว่า ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนประสูติของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ มหาบุรุษที่โลกรอคอย และแท้จริงแล้ว เราไม่ได้พูดว่ามุสลิมรอคอย หรือชีอะฮ์รอคอย แต่เป็นมหาบุรุษที่โลกรอคอย มหาบุรุษที่เป็นสัญญาอันยิ่งใหญ่ ที่เอกองค์อัลลอฮ์(ซบ)ได้สัญญาเอาไว้กับมนุษยชาติ

แน่นอนว่า เรื่องราวของอิมามมะฮดี(อ)อัลลอฮไม่ได้สัญญาเพียงมวลมุสลิม และไม่ได้ให้ความโปรดปรานแค่มวลมุสลิมหรือชีอะฮ์เพียงแค่นั้น ทว่าพระองค์ ทรงประทานความโปรดปรานกับมวลมนุษยชาติ ซึ่งคำที่พระองค์ใช้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นยิ่งใหญ่เหลือคณานับ ถ้าเราพินิจพิเคราะห์ถึงคำที่พระองค์ใช้นั้น จะพบถึงความยิ่งใหญ่ของคำๆนี้ และความยิ่งใหญ่ของบุรุษผู้ถูกสัญญา

📖 ซูเราะฮ์​อัล-กอศ็อศ โองการที่ 5
أَعُوْذُ بِاللهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيْمِ
—————————
(وَنُرِیدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى ٱلَّذِینَ ٱسۡتُضۡعِفُوا۟ فِی ٱلۡأَرۡضِ وَنَجۡعَلَهُمۡ أَىِٕمَّةࣰ وَنَجۡعَلَهُمُ ٱلۡوَ ٰ⁠رِثِینَ)

ความว่า : และเราปรารถนาที่จะมอบความโปรดปราน ความเมตตาเป็นพิเศษแก่บรรดาผู้อ่อนแอ ผู้ถูกกดขี่บนหน้าแผ่นดิน และเราจะทำให้พวกเขาเป็นหัวหน้า และทำให้พวกเขาเป็นผู้รับมรดก
คำอธิบาย : การอธิบายประโยคนี้ อัลลอฮ์(ซบ)สัญญากับใครนั้น แค่โองการนี้ ถ้าสามารถอธิบายได้ ผมเชื่อว่า เราสามารถทำให้คนเกือบทั้งโลกเข้ารับอิสลาม

ٱلَّذِینَ ٱسۡتُضۡعِفُوا۟ فِی ٱلۡأَرۡضِ

คำถาม : ประโยคนี้สัญญากับใคร
คำตอบ : สัญญากับ“มุสตัฎอะฟีน” ผู้ถูกกดขี่บนหน้าแผ่นดิน หากถามว่า ผู้ถูกกดขี่บนหน้าแผ่นดินเฉพาะมุสลิมไหม คำตอบ คือไม่ ในโลกนี้เราแทบจะพูดได้ว่าเกือบทุกชาติทุกศาสนา เกือบทั้งหมดคือ ผู้ถูกกดขี่

🔸ตัวอย่าง : “มุสตัฎอะฟีน” สัญชาติอเมริกา

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ถามว่า ผู้ถือบัตรประชาชนที่ถือสัญชาติอเมริกา เป็นผู้ถูกกดขี่ไหม

คำตอบ เราไม่ต้องไปดูประเทศอื่น เพราะแม้แต่ประชาชนอเมริกาเองก็เป็นผู้ที่ถูกกดขี่ การกดขี่มากมายหลายรูปแบบ ซึ่งเราไม่ต้องเข้าไปยังรายระเอียดนั้น แต่ให้รู้ถึงความหมายในสนธิสัญญานี้ อัลลอฮ์(ซบ)สัญญากับมนุษย์ทั้งหมด จะมีมหาบุรุษผู้ถูกรอคอย ซึ่งในบางชาติ บางภาษา ใช้คำว่าผู้ที่จะมาโปรด สำหรับประชาชาติทั้งหมด

อัลลอฮ์(ซบ)บอกสัญญานี้สำหรับผู้ถูกกดขี่ เพื่อชี้ว่า อิมามมะฮ์ดี(อ)มาเพื่อมนุษยชาติทั้งหมด โดยเฉพาะมนุษยชาติที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ถูกกดขี่ในโลกนี้ ซึ่งเราแทบจะหาไม่เจอในโลกนี้ มีแผ่นดินไหนบ้างที่ไม่มีผู้ถูกกดขี่ แน่นอนมี ไม่มากก็น้อย ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง

นี่คือ สนธิสัญญาอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮ์(ซบ)ได้สัญญากับมนุษยชาติ มนุษย์ที่พระองค์จะส่งมาเป็นผู้ช่วยเหลือ เป็นผู้มาโปรด ผู้ถูกสัญญานั้น คือ ผู้ที่จะมาช่วยเหลือมนุษยชาติผู้ถูกกดขี่ทั้งมวล

ดังนั้น การเป็นอยู่ของเขา เรื่องราวของเขา จึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับอัลลอฮ์(ซบ) และด้วยเหตุผลแห่งความประเสริฐนี้ จึงทำให้คืนนี้เป็นคืนพิเศษสำหรับพระองค์และสำหรับมนุษยชาติ เราจึงเรียกว่า “ค่ำคืนแห่งนิซฟูชะบาน”

ในอิสลามชัด เกือบทุกมัศฮับมีเรื่องราวที่เป็นความสำคัญของคืนนิฟซูชะบาน เพียงแต่บางคนแค่รู้ว่ายิ่งใหญ่ แต่เขาไม่มีความรู้พอว่าความยิ่งใหญ่นี้มีมากขนาดไหน ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ เป็นเพราะการถูกบิดเบือน การถูกทำลายหลักฐานอะไรต่างๆอย่างมากมายนั่นเอง

อัลฮัมดุลิลลาฮ์ สำหรับบุคคลที่อยู่ในแนวทางของอะฮ์ลุลเบต(อ) รู้ถึงความยิ่งใหญ่ รู้ว่าทำไมในค่ำคืนที่ 15 ชะบานนี้ จึงเป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกค่ำคืนหนึ่ง เพราะเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะเกริ่นนำ ก็คือ เรื่องราวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) นั่นเอง

อนึ่งมีรายละเอียดหนึ่งที่อธิบายว่า ทำไมเรื่องราวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) จึงกลายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งความจริงแล้วเพียงยกฮะดิษของท่านรอซูลลุลลอฮ์(ศ็อลฯ)ที่กล่าวถึง การปรากฏของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) เพียงบทนี้บทเดียว ก็สามารถชี้ถึงความยิ่งใหญ่แล้ว ถึงขั้นที่ว่า

“วันกิยามัตไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าอิมามมะฮ์ดี(อ)ยังไม่ปรากฏตัว หรือยังไม่มาทำภารกิจที่เอกองค์อัลลอฮ์(ซบ)ทรงมอบหมายให้กับท่าน กิยามัตจะเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่ว่าโลกนี้จะวุ่นวายสับสน แย่ หรือจะเลวร้ายสักขนาดไหนก็ตาม หรือไม่ว่าจะเลวร้ายถึงขั้นที่โลกจะต้องแตก หรือต้องกิยามัต ก็แตกไม่ได้ จนกว่าภารกิจ​ของอิมามมะฮ์ดี(อ.)​จะต้องถูกทำ เพราะภารกิจ​ของอิมามมะฮ์ดี(อ) เป็นสัญญาที่อัลลอฮ์​(ซบ.)​สัญญาไว้กับมนุษย์​นั่นเอง

โปรดติดตาม Part 2

اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم
เรียบเรียงโดย : Wanyamilah S.✍🏻

ถอดบทความโดย วราภรณ์(ซัยหนับ) มัสแหละ