ปรมัตถ์แห่งการพลีสดุดีอาชูรอ: มัจญลิสอิมามฮูเซน (อ.) ค่ำคืนที่ 1 มุฮัรรอม ปี 1440 (ตอนที 3)

84

ปรมัตต์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ บทที่ ๑/๓ มัจญลิสอิมามฮูเซน (อ.)
ค่ำที่ ๑ มุฮัรรอม ฮ.ศ. ๑๔๔๐ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๑
บรรยายโดย ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี


● “ซิกรุลลิลอาละมีน” มาจากแบบอย่างของอะอิมมะฮฺ(อ)

“มุฮัรรอม” คือ เดือนแห่งการไว้ทุกข์ ไว้อาลัยอย่างแท้จริง และมีรายงานจากบรรดาอะฮฺลุลเบต(อ)ทั้งหมด ในเรื่องมารยาทเพื่อเป็นแบบอย่าง และ เพื่อให้รู้ว่าเมื่อมุฮัรรอมมาถึงแล้ว บรรดาอะฮฺลุลเบต(อ) มีวจนะว่า…
“พวกเราทั้งหมดเป็นมะซูม (ไม่มีบาป) เป็นชาวสรรค์ แต่เราก็ปฏิบัติตัวในเดือนมุฮัรรอมอันโศกเศร้านี้อย่างมีมารยาท”

ดังนั้น พึงระวังอย่าให้มี อย่าให้ได้ยินเสียงหัวเราะ เพราะศาสนาของเรา จิตวิญญาณของเรา มิได้อยู่ในมัสยิดเพียงที่เดียว ทว่าจิตวิญญาณของเราต้องขับเคลื่อนในทุกที่ เราจึงต้องพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่าง ในทุกเสี้ยววินาทีตามไปด้วย มิใช่ว่าทันใดที่ก้าวเท้าเหยียบบรรไดออกจากมัสยิด เรากลับหัวเราะสนุกสนาน ทักทายพูดคุยในเรื่องที่ไร้สาระ

ประเด็นนี้ หากพี่น้องจะศึกษาฮาดิษโดยละเอียด แน่นอนว่ามีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก ที่บรรดาอะฮ์ลุลเบต(อ)ได้อธิบายแล้วว่า แม้นแต่เสียงหัวเราะไม่เคยได้ยิน แม้นแต่รอยยิ้มไม่ได้เห็น

และจากการค้นคว้าของบรรดาอะเล็มอูลามาอฺปรากฏว่า ดีที่สุด คือ การแต่งชุดดำ การจัดสถานที่ต่างๆให้เป็นสีดำเพื่อการไว้ทุกข์ไว้อาลัย โดยรูปแบบต่างๆเหล่านี้ มาจากบรรดา อะฮฺลุลเบต(อ) บอกต่อๆกันมา เป้าหมายเพื่อจะบอกว่า…

“ฮาดิษแต่งชุดดำเพื่อไว้อาลัย เป็นคำสั่งของท่านนบีมูฮัมหมัด(ศ็ฮลฯ) และการไว้ทุกข์ไว้อาลัยที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การไว้ทุกข์ไว้อาลัยให้กับอิมามฮูเซน(อ)”

● เหตุใดการไว้ทุกข์ไว้อาลัยกับอิมามฮูเซน(อ)ยิ่งใหญ่ที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าทุกการไว้ทุกข์และทุกการไว้อาลัย

ความจริงแล้ว หากเราทำความเข้าใจ ค่อยๆทำการศึกษา เราจะเข้าใจแน่นอน เพราะเรามีอิมาม 12 ท่าน และมี มะซูม 14 ท่าน เราจะมีการรำลึกถึงวันชะฮาดัต วันแห่งการเป็นชะฮีด วันวะฟาตของบรรดามะซูม ซึ่งในแต่ละวันนั้น จะพบว่า ในทุกๆปีไม่มีวันอัรบาอีนของอิมามอย่างเป็นทางการ เพราะอัรบาอีนของอิมามท่านอื่นๆจะเป็นในปีแรกเพียงเท่านั้น แต่ท่านอิมามฮูเซน(อ)มีอัรบาอีนทุกปี

● วันสำคัญของอิมามฮูเซน(อ)

วันของท่านไม่ได้มีเพียงวันวีลาดัต วันชะฮะดัต แต่ยังมีวันอัรบาอีน และยิ่งกว่านั้น ถึงแม้อิมามฮูเซน(อ) เป็นชะฮีดในวันอาชูรอ แต่มีรายงาน มีการรำลึกตั้งแต่วันที่ 1 มุฮัรรอม มีการเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อจะนำไปสู่มุษิบัตที่ยิ่งใหญ๋ในวันที่ 10 โดยต้องเตรียมตัวล่วงหน้าถึง 9 วัน เพื่อให้ได้รับมรรคผลของการรำลึกอันยิ่งใหญ่นี้ ด้วยการปรับสภาพทุกอย่างในชีวิต แม้นแต่สีเสื้อผ้า แม้นแต่อาหารการกิน

ความจริงมีรายละเอียดในการเตรียมตัวอีกมากมาย แต่เราไม่ต้องเข้าถึงขนาดนั้น เพราะจะนำมาซึ่งความลำบากในการดำเนินชีวิต แต่การเตรียมตัวในแบบมารยาทพื้นฐานทั่วไปนั้นเราก็ต้องปฏิบัติ ทว่าในทุกๆปี เราเห็นบางคน ที่ร่วมมัจญลิซในตอนกลางคืนเขาใส่ชุดดำ แต่กลางวันเขาใส่เสื้อเขียว และใส่เสื้อสีสรร พึงรู้ไว้เถิด มันคือ ความอัปยศและขาดทุนที่เราไม่ผูกจิตใจกับเรื่องนี้

ดังนั้น อย่างน้อยให้ได้ 10 วัน เพื่อที่จะได้ขจัดความอัปยศและขาดทุนในความเป็นชีอะฮ์ของเรา

ทีนี้ มาศึกษาทัศนะของอูลามาอฺท่านหนึ่ง ท่านอยาตุลลอฮ นาญาฟี มัรอาชี ซึ่งแน่นอน หลายๆท่านอาจไม่รู้จัก แต่สำหรับนักเรียนศาสนาจะรู้จักท่าน

ท่านเป็นมัรเญียะที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งในยุคของท่าน และที่บอกว่า ท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี มัรอาชี ยิ่งใหญ่นั้น เนื่องจากท่านคือ หนึ่งในมัรเญียะที่ร่วมยุคสมัยกับท่านอิมามโคมัยนี(รฎ) โดยในห้วงที่ท่านอิมามโคมัยนี(รฎ)ปฏิวัติสำเร็จ ในอิหร่านตอนนั้น มี ๓ มัรเญียะที่อะลัม ที่ยิ่งใหญ่ ที่สำคัญ มีดังนี้

๑. ท่านอิมามโคมัยนี(รฎ)

๒. ท่านอยาตุลลอฮ ศอฟีย์ กุลบัยกานีย์ ท่านเป็นแกรนด์มัรเญียะ ตามภาษาอาหรับเรียกท่านว่า อยาตุลลอฮ อัลอุซมา ท่านอยู่อันดับ ๒ ถัดจากอิมามโคมัยนี(รฎ) และเป็นผู้ละหมาดญานะซะฮ์ให้กับอิมามโคมัยนี(รฎ)

๓.ท่านอยาตุลลอฮ นาญาฟี มัรอาชีย์ ท่านเป็นทั้งมัรเญียะและแกรนด์มัรเญียะ ท่านเป็นอิมามนำละหมาดในหะรอมของท่านหญิงมะศูมมะฮ์ ประมาณ ๔๐ ปี

ซึ่งอิหร่าน สำหรับคนที่ในยุคแรกนั้นจะรู้ว่าใหญ่มาก ท่านนำละหมาดมัฆริบ-อีซาในลานของท่านหญิง มีคนละหมาดตามหลังท่าน วันละเฉพาะเวลา เป็นหมื่นคน ซึ่งหากเราไปก่อนอาซาน ๑๕ นาที ก็ไม่มีที่ยืนแล้ว เนื่องจากความยิ่งใหญ่ การได้รับการเคารพนับถือ และความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อท่าน และอีกทั้งความโด่งดังของท่านยังมีในเรื่องตักวา และอื่นๆอีกมากมาย

ท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี อาศัยอยู่ในเมืองกุม แต่ที่ท่านได้ชื่อว่า นาญาฟี เพราะท่านเคยศึกษาในนาญัฟมาก่อน เมื่อมาอยู่ในเมืองกุม ก็ถูกรู้จักในนาม นาญาฟี อุลามาอฺที่มาจากนาญัฟ และหลังจากท่านเข้ามาอยู่ในกุม และตลอดระยะ 60 ปี ท่านไม่เคยออกจากเมืองกุม

๔.ท่านอยาตุลลอฮ บะฮาอุดดีนีย์ เป็นทั้งเอาลียาอฺและเป็นทั้งมัรเญียะ

● หนึ่งในคำสั่งเสีย(วาศิยัต)ของ ท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี

ท่านได้สั่งเสียกับลูกชาย ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ซึ่งคำสั่งเสียนี้ ในปัจจุบันในโซเชี่ยลนำมาเผยแพร่อย่างมากมาย

๑.เสื้อดำที่ฉันใส่ในเดือนมุฮัรรอมและศอฟัร ในวันที่ฉันตายให้ฝังไปกับฉันด้วย

หมายเหตุ : *ตรงนี้ ท่านซัยยิดสุไลมาน อธิบายเน้นให้ตั้งใจอ่าน เพราะท่านอยาตุลลอฮ นาญาฟี อยู่ในระดับมัรเญียะชั้นนำ ๑/๔ ที่ในยุคร่วมสมัยอิมามโคมัยนี(รฎ) ซึ่งระดับชั้นนี้ มี ๔ ท่านเท่านั้น

และมีรายงานว่า หลังจากอิมามโคมัยนี(รฎ)ปฏิวัติสำเร็จ ท่านได้เรียก ๓ ท่านนี้มาประชุม (ท่านอยาตุลลอฮ คุน ไอกอฎี ,ท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี และท่านอยาตุลลอฮ บาฮาอุดดีนี)

โดยท่านอิมามโคมัยนี(รฎ)กล่าวว่า เอาละ!!! เราปฏิวัติสำเร็จแล้ว พวกท่านเป็นผู้นำ พวกท่านเชิญนำวีลายะตุลฟากิฮ์ จงดำเนินภารกิจต่อเถิด ฉันจะพักแล้ว….

ทว่า ท่านอยาตุลลอฮ บาฮาอุดดีนีย์ ตอบว่า สัมภาระที่ท่านแบกนั้น หนักเกินไป พวกเราแบกไม่ไหวหรอก

ส่วนท่านอยาตุลลอฮ นาญาฟี มัรอาชีย์ ร้องไห้ เมื่อได้ยินประโยคนั้น ท่านตอบว่า ถ้าเราทำได้แบบนี้ ถ้าเรามีความสามารถที่จะนำพารัฐนาวานี้ได้ เราคงไม่ปล่อยให้ท่านปฏิวัติเพียงคนเดียว

หมายเหตุ : ที่ท่านซัยยิดเล่าเรื่องนี้ เพราะอิมามโคมัยนี(รฎ)บอกว่านอกจากท่านแล้ว ๓ ท่านนี้เท่านั้นที่สามารถเป็นผู้นำได้

● กลับมาเรื่องคำสั่งเสียของท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี

สาระศึกษา : ท่านใส่เสื้อดำ ตั้งแต่เดือนมุฮัรรอมจนถึงเดือนศฮฟัร

ถามว่า มาจากไหน

คำตอบ เมื่อใดที่เราค้นหาฮาดิษ เราจะพบคำสั่ง คำขอร้องของบรรดาอะฮฺลุลเบต(อ)ให้รำลึกไว้ทุกข์ ไว้อาลัยให้กับอิมามฮูเซน(อ)จนถึงอัรบาอีน

เช่นนี้แล้ว ท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี มัรอาชี จึงเป็นท่านหนึ่งที่ปฏิบัติตามคำสั่ง ด้วยการสวมชุดดำทั้งเดือนมุฮัรรอมและอัรบาอีน

กลับมายังพวกเรา ในขณะที่พวกเราอ้างว่ามีความรักอะฮฺลุลเบตอย่างเหลือล้น ทว่ากลับอึดอัดถ้าไม่ได้ใส่เสื้อสีสรรต่างๆ เพราะทนไม่ได้ที่จะต้องใส่สีดำตลอดวันตลอดคืน บ้างกลัวว่าซุนนีจะรู้ว่าเราเป็นชีอะฮ์ และหลายๆเหตุผลที่พยายามจะอ้าง

ดังนั้น จงตระหนัดเถิด ชีอะฮ์แบบนี้ ชีวิตของเขาจะนำมาซึ่ง ทั้งอัปยศและขาดทุน

ข้อสังเกต : ท่านอยาตุลลอฮนาญาฟี มัรอาชี อยู่ในระดับแกรนด์อยาตุลลอฮ ที่ท่านอิมามโคมัยนี(รฎ)ให้เกียรติเป็นอย่างมาก ท่านถึงขนาดสั่งเสียว่า…

ให้นำเสื้อดำที่ฉันใส่ทุกๆคืนในเดือนมุฮัรรอมและศอฟัร จงฝังลงไปในหลุมศพของฉันด้วย”

คำถาม : ทำไม ท่านอยาตุลลอฮ นาญาฟี มัรอาชี ถึงสั่งเสียเช่นนี้

คำตอบ : เป็นที่ทราบกันดีว่า ท่านเป็นอยาตุลลอฮฺระดับสูง ในด้านอัคลาคเป็นที่ยอมรับทั้งหมด ยังไม่ได้เชื่อมั่นในละหมาด ในวิชาการ ในความรู้ที่ได้รับใช้ประชาชน แต่ท่านกลับเชื่อมั่นในเสื้อดำ ที่แสดงการไว้ทุกข์ไว้อาลัยให้กับอะฮฺลุลเบต เพราะท่านบอกว่า…

“ฉันยังมีความหวังว่า เสื้อดำนี้อาจชะฟาอัตให้แก่ฉันได้”

ตรงนี้ เราไม่ต้องเข้าไปถึงในรายละเอียด ที่จะต้องเล่าฮะดิษ เล่ากรุอ่าน หรือต้องไปถึงขั้นตัฟซีร เพราะประชาชนอาจยังไม่เข้าใจ

ทว่านี่คือ ความหมายจากศาสนา ที่มาจากบรรดาอาเล็มอูลามาอฺ ได้ทำการค้นคว้ารู้แล้วว่า เสื้อดำที่ใส่ไว้อาลัย เสื้อดำที่ทำให้เราเศร้า เนื่องจากการไว้ทุกข์ให้กับอิมามฮูเซน(อ)นั้น “เสื้อดำนี้ ชะฟาอัตให้กับผู้สวมใส่ได้”

และพึงรู้ไว้ ท่านมิใช่ระดับอะวาม เพราะหากเป็นอะวามสวมใส่สีดำ เขาอาจจะคิดไปเองไปเรื่อย แต่ท่านเป็นถึงระดับแกรนมัรเญียะ ในภาษาอาหรับ เรียกว่า อยาตุลลอฮอุซมา และเพื่อให้รู้ว่า อุลามาอฺระดับนี้ การพูดการจา เขาระวังมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องศาสนาต้องไม่เปิดเผย เพราะมันจะกลายเป็นแบบอย่างของศาสนา แต่เพื่อจะบอกให้พวกเรารู้ว่า ขนาดคนระดับนี้ยังเชื่อมั่นในชะฟาอัตของเสื้อดำ

แต่เราพบว่า เชคบางคน ที่เรียนศาสนามา 5 ปี 10 ปี กลับมีพฤติกรรมใส่เสื้อดำบ้าง ไม่ใส่บ้าง คือ มีความคิดว่าใส่ชุดดำก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ ซึ่งตอนนี้กระแสต่อต้านเกิดขึ้นสูง ด้วยเหตุนี้ จึงมีรายงาน “คำสั่งเสีย”(วาศิยัต)เหล่านี้ในบรรดาลูกๆของอาเล็มอูลามาอฺชั้นสูง

นี่คือ มรรคผลของการสวมเสื้อดำ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญ เพราะมันชะฟาอัตให้กับผู้สวมใส่ได้

‎السلام عليك يا ابا عبد الله

اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم