ปรมัตถ์ แห่งขันติธรรม (ตอนจบ)

41

อะไรคือเป้าหมายหลักของเดือนรอมฎอน???

เป้าหมายหลักของเดือนรอมฎอน คือ การอยู่ใกล้ชิดกับอัลกุรอาน ซึ่งเท่ากับการแสวงหาความใกล้ชิดยังพระองค์นั่นเอง ไม่ใช่เดือนแห่งการนอนแล้วตื่นมารับประทานอาหาร ถือศีลอดแล้วก็ละศีลอด และในการอัญเชิญอัลกุรอานเช่นเดียวกันไม่ใช่แค่อ่านแบบ “นกแก้วนกขุนทอง” และไม่ใช่แค่เป็นบทสวดมนต์ เป้าหมายหลักที่จะต้องย้ำแล้วย้ำอีกกับพวกเราว่า ต้องให้อัลกุรอานเป็นธรรมนูญแห่งชีวิตให้ได้ ยิ่งการอ่านอัลกุรอานโดยไม่เข้าใจถึงเป้าหมายแทนที่จะเป็นคุณอนันต์ก็จะกลายเป็นโทษมหันต์ไปเสีย

มีเพียงเดือนรอมฎอนเท่านั้นที่เป็นโอกาสอันประเสริฐสุดให้พวกเราได้มีสมาธิ ขัดเกลากาย จิตวิญญาณให้ใสสะอาดพิสุทธิ์ เพื่อแสวงหาความใกล้ชิดยังพระองค์ผ่านคัมภีร์ของพระองค์ ผ่านการอรรถาธิบายจากศาสนฑูตของพระองค์ นี่คือเป้าหมายของเดือนรอมฎอน

พึงระลึกเสมอว่ารางวัลที่พระองค์ทรงประทานมาให้อันยิ่งใหญ่ 3 ประการ คือ
-นรกปิด
-สวรรค์เปิด
-ชัยฎอนถูกพันธนาการ

เมื่อพระองค์ทรงประทานรางวัลถึงขนาดนี้ มนุษย์ยังไม่สามารถเพิ่มพลังความศรัทธาอันเข้มข้น ไม่มีสมาธิอันแน่วแน่ที่จะศึกษาพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานให้ดีขึ้นได้ ก็อย่าไปโทษใครที่ไหนอีกเลย จงไตร่ตรองดูตัวเองเป็นที่ตั้ง

อย่าทำให้เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการหมกมุ่นอยู่กับสำรับอาหารที่จะเตรียมไว้เพื่อละศีลอด เพราะท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) จะเอียะติกัฟอยู่ในมัสยิดสิบวันสุดท้ายในเดือนรอมฎอน โดยไม่มีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับผู้ใด ทั้งนี้เพราะท่านต้องการที่จะใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการทบทวนโองการในอัลกุรอานให้มากที่สุด อัลกุรอานนั้นทรงเกียรติและมีประโยชน์อย่างประเมินค่ามิได้ เพราะผู้ที่อ่านหนึ่งครั้งก็อยากจะอ่านอีกหลายครั้ง ผู้ที่อ่านร้อยครั้งก็อยากจะอ่านอีกเป็นพันครั้ง ผู้ที่อ่านพันครั้งก็อยากจะอ่านอีกเป็นหมื่นครั้ง

ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ไม่ได้ปรารถนาที่จะอ่านอัลกุรอานเพียงเพื่อเอาบุญ แต่ทุกครั้งที่อ่านอัลกุรอานก็จะได้รับสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พวกเราจึงควรยึดเอาจริยวัตรที่ว่านี้เป็นแบบอย่าง ขอยืนยันว่ายิ่งอ่านอัลกุรอาน อย่างเข้าใจก็ยิ่งอยากจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น ยิ่งอ่านเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากอ่านมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นอาลิม อุละมะอฺ เอาลิยาอฺของอัลลอฮฺ (ซ.บ) และบรรดาศาสดาที่อัญเชิญอัลกุรอานอย่างรู้เป้าหมายก็ไม่มีความเบื่อหน่ายเป็นทวีคูณ

หากผู้ที่อยู่ในระดับภูมิรู้สูงสุดการอัญเชิญอัลกุรอานก็ยิ่งทำให้สูงขึ้นไปอีก มนุษย์พึงตระหนักเรื่องนี้ให้จงดี จงรีบตักตวงความเป็นศิริมงคลนี้โดยการศึกษาหาความรู้จากอัลกุรอาน ที่ศึกษาอยู่แล้วก็ศึกษาให้ละเอียดขึ้น ที่รู้อยู่แล้วก็ศึกษาให้รู้มากขึ้น เพราะการศึกษาพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเป็นความรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด จึงมีแต่ผู้ศรัทธาที่เข้าใจ อัลกุรอานอย่างถ่องแท้ นำความรู้จากอัลกุรอานไปใช้กับชีวิตประจำวัน ไม่บิดเบือนความรู้จากอัลกุรอานที่เป็นคัมภีร์ของอิสลามอันบริสุทธิ์ หนทางนี้เท่านั้นที่จะสมกับคำว่า “เกิดมาไม่เสียชาติเกิดที่เป็นมุสลิม”

เดือนรอมฎอนอันทรงเกียรตินั้น เกียรติยศอันสูงส่งจึงอยู่ที่ผู้ศรัทธาจะได้น้อมรับรางวัลที่พระองค์ทรงประทานมา คือ นรกถูกปิด….. สวรรค์ถูกเปิด…… และชัยฏอนถูกพันธนาการ…… การไม่หลงฟุ้งเฟ้อกับสิ่งอุปโภค และการไม่หลงใหลอยู่กับรสชาติสำรับของอาหาร แต่รอมฎอนนั้นเราได้นำเอารางวัลนั้นมาเพื่อสมาธิอันแน่วแน่ ความศรัทธาอันแก่กล้าเข้มข้น เพื่อขัดเกลาจิตวิญญาณไปสู่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานคัมภีร์ของพระองค์ นี่ต่างหากคือรอมฎอนอันทรงเกียรติ และนี่คือบทสรุปว่ารอมฎอนคือปรมัตถ์แห่งขันติธรรมอย่างแท้จริง

ถอดความและเรียบเรียงโดย
อ.สมบูรณ์ สิทธิมนต์


……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปาฐกถา เนื่องในวโรกาสต้อนรับเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ

(บรรยายโดย ฮุจญตุลอิสลามวัลมุสลีมีน ซัยยิด สุไลมาน ฮูซัยนี)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..