โอวาทวันนี้ 25-04-2560

229

นะบูวะห์ (ตอนที่ 9)

♡ ความเป็นศาสดา ♡

● การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบรรดาศาสดาด้วยอัลกุรอาน

การพิสูจน์ความเป็นผู้บริสุทธิ์ของบรรดาศาสดาจากอัลกุรอาน เบื้องต้นเพื่อที่มนุษย์จะได้มั่นใจในตัวพวกเขาและเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเผยแผ่ ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮ(ซบ) จึงประทานโองการจำนวนมากมายที่กล่าวถึงความจำเป็นที่บรรดาศาสดาต้องเป็นผู้บริสุทธิ์

ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ โองการที่ 64

وَ مَا أَرْسَلْنَا مِن رَّسُولٍ إِلَّا لِيُطَاعَ بِإِذْنِ اللَّهِ

“และเราไม่ได้ส่งศาสดามาเพื่อสิ่งใดเลย เว้นแต่เพื่อให้เขา(ศาสดา)ได้รับการเชื่อฟังและปฏิบัติตาม ด้วยการช่วยเหลือและการอนุมัติจากพระองค์”

คำอธิบาย : จากโองการดังกล่าวอัลลอฮฺ(ซบ)ส่งบรรดาศาสดา เป้าหมายของพระองค์เพื่อให้ศาสดาลงมาทำหน้าที่ชี้นำแก่ประชาชาติ ด้วยการช่วยเหลือและอนุมัติจากพระองค์ ให้มนุษย์เชื่อฟังและปฏิบัติตาม แน่นอนว่าบุคคลที่พระองค์ทรงส่งมาเพื่อทำหน้าที่นี้นั้นเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกระทำความผิดบาป มีความบกพร่อง หรือละเมิดฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์

นัยยะนี้บ่งชี้ว่า บุคคลที่พระองค์ทรงคัดสรรมา คือ วิทยปัญญาที่ได้มาจากการรังสรรค์ของพระองค์ วัตถุประสงค์เพื่อให้มนุษย์เชื่อฟังปฏิบัติตาม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บรรดาศาสดาของพระองค์ต้องปราศจากการหลงลืม หรือพลั้งเผลอใดๆ ทั้งสิ้น เช่นนี้แล้ว นับประสาอะไรกับการทำความผิดบาป ซึ่งสิ่งนี้ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างทางฟิตรัตของมนุษย์โดยสิ้นเชิง

ดังนั้น การชี้นำและการอบรมสั่งสอน ขัดเกลาจิตวิญญาณของบรรดาศาสดาที่มีต่อมวลมนุษยชาติ สิ่งนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อผู้นำสาส์นของพระองค์ ต้องปราศจากความผิดพลาด ไม่หลงลืม และต้องมีความบริสุทธิ์ในทุกๆเรื่อง แม้กระทั่งในเรื่องของความรู้ เพื่อนำมนุษย์ไปสู่เป้าหมายที่สูงส่งนั่นเอง

ดังกล่าวนี้ คือ หลักฐานอีกรูปแบบหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความบริสุทธิ์(อิศมัต)ของศาสดาจากอัลกรุอาน ในที่นี้เราจะยกอีกโองการหนึ่ง

ซูเราะฮฺอัลบากอเราะฮฺ โองการที่ 124

وَ إِذِ ابْتَلىَ إِبْرَاهِمَ رَبُّهُ بِكلَِمَاتٍ فَأَتَمَّهُنَّ قَالَ إِنىِّ جَاعِلُكَ لِلنَّاسِ إِمَامًا قَالَ وَ مِن ذُرِّيَّتىِ قَالَ لَا يَنَالُ عَهْدِى الظَّالِمِين

“เพื่อพระผู้อภิบาลของเขาได้ทำการทดสอบอิบรอฮีม ด้วยบททดสอบต่างๆและเขาก็ผ่านบททดสอบเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ พระองค์ทรงตรัสว่า ฉันจะทำให้เจ้าเป็นผู้นำเหนือมนุษยชาติ อิบรอฮีมถามในเชิงขอว่า ตำแหน่งผู้นำจะไปถึงบรรดาลูกหลานของฉันด้วยหรือไม่? พระองค์ทรงตรัสว่า สนธิสัญญาของฉันจะไปไม่ถึงบรรดาผู้ที่อธรรม “ซอลิม”

คำอธิบาย : จากโองการดังกล่าวตำแหน่งของพระผู้เป็นเจ้าในครั้งนี้ถูกจำกัดไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ไม่อธรรม คือ ตำแหน่งนี้ได้เฉพาะบรรดาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งจากอัลลอฮฺ(ซบ)เท่านั้น

ตำแหน่งในที่นี้ หมายถึง ตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งโดยตรงมีสี่ตำแหน่ง “มันศะบุลอิลาฮี” ดังต่อไปนี้
1.ตำแหน่งนบี
2.ตำแหน่งรอซูล
3.ตำแหน่งอิมาม
4.ตำแหน่งวะศีหรือคอลีฟะฮ์
(หมายเหตุ ไม่มีใครสามารถไปถึงตำแหน่งเหล่านี้ด้วยการพัฒนาได้)

กรณีตำแหน่งที่สามารถไปถึงได้ด้วยการพัฒนา คือ ตำแหน่งวะลียุลลอฮฺ ตำแหน่งมุคละศีน ถือเป็นความการุณย์ประการหนึ่ง ที่อัลลอฮ(ซบ) เปิดโอกาสให้มนุษย์สามารถพัฒนาไปเป็นมุคละศีนได้

ทว่า ต้องทำความเข้าใจว่า มุคละศีนทุกคนไม่ใช่ศาสดา แต่ศาสดาทุกคนคือมุคละศีน เพราะตำแหน่งในโองการนี้คือ ตำแหน่งอิมาม

ซึ่งหากกล่าวถึง บุคคลที่ “ซอลิม” (บุคคลที่อธรรม) หมายถึง บุคคลที่ละเมิดฝ่าฝืนและทำบาป ดังนั้น หากเป็นบุคคลเช่นนี้ ชัดแจ้ง เขาไม่มีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งความเป็นผู้นำ และบุคคลที่ซอลิมที่ว่านี้ เขาไม่สามารถได้รับ “มันศะบุลอิลาฮี”ได้เช่นกัน

เรามาศึกษาคำว่า “ซอลิม”พอสังเขป “ซอลิม หมายถึง การละเมิดซึ่งมีสองรูปแบบ คือละเมิดต่อตัวเอง และละเมิดต่อผู้อื่น เช่น การทำบาปเป็นการละเมิดต่อตัวเอง ส่วนการนินทาเป็นบาปที่เป็นการอธรรมต่อตัวเองและผู้อื่นด้วย รวมไปถึงการกดขี่ การฆ่า การละเมิดชีวิตทรัพย์สินของผู้อื่น สิ่งนี้เป็นการละเมิดทั้งตัวเองและผู้อื่น

ดังนี้ หากมนุษย์มีพฤติกรรมเช่นนี้ แน่นอนว่า เขาไม่ได้รับตำแหน่งนี้ ในที่นี้ หมายถึงตำแหน่งหนึ่งจากตำแหน่งต่างๆของพระผู้เป็นเจ้า คือ ตำแหน่งศาสดา(นบี) นั่นเอง

ฉะนั้น บุคคลที่อธรรม จึงไม่มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงในการที่จะดำรงในตำแหน่งศาสดา และคำว่า “ซุลม์” (ความอธรรม)ในอัลกุรอานนั้นมีความหมายที่กว้างรวมถึงแนวความคิดที่บิดเบือนหลงทางและความผิดบาป ซึ่งลูกหลานของศาสดาอิบรอฮีม(อ)ที่ไม่ได้เป็นผู้อธรรมจะได้รับตำแหน่งศาสดารวมทั้งตำแหน่งอิมามผู้นำด้วย หรือที่อัลกรุอาน กล่าวว่า เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ในหมู่พวกเขา ที่ได้รับการคัดสรรเท่านั้น

ศาสดาเหล่านั้นคือ ศาสดาอิสมาอีล(อ) ศาสดาอิสหาก(อ) ศาสดายะฮ์กูบ(อ) ศาสดาดาวุด(อ) ศาสดาสุไลมาน(อ) ศาสดายูนุซ(อ) ศาสดาซักการีย(อ)า ศาสดาอีซา(อ) มาจนถึงศาสดามูฮัมหมัด(ศ็อลฯ)

ซูเราะฮฺอันนัจมฺ โองการที่ 3-4

إِنْ هُوَ إِلَّا وَحْىٌ يُوحَى وَ مَا يَنطِقُ عَنِ الهَْوَى

“และศาสดาไม่กล่าวสิ่งใดจากอารมณ์ความต้องการของตัวเอง เว้นแต่คำกล่าวของท่านนั้น คือ วิวรณ์ที่ถูกประทานลงมาแก่ท่าน”

โองการดังกล่าวอธิบายว่า ศาสดาจะไม่กล่าวสิ่งใดเว้นแต่วิวรณ์(วะฮฺยู)ของอัลลอฮฺ(ซบ) ซึ่งก็หมายถึง ศาสดาอิสลามทั้งในการรับวิวรณ์และในการเผยแผ่วิวรณ์ แน่นอนว่า ไม่มีความผิดพลาดใดๆ และถ้าหากเกิดผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ย่อมขัดแย้งกับโองการดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า มีข้อบกพร่องที่ย้อนแย้งด้วยเช่นกัน

– อิศมัต ความบริสุทธิ์ของบรรดาศาสดาจากรายงานอัลฮาดีษ

ในอัลฮาดีษต่างๆของอิสลามที่ได้กล่าวถึงความบริสุทธิ์ ที่บรรดาศาสดาได้รับการปกป้องให้ห่างไกลจากบาป อัลฮาดีษบทหนึ่งที่ท่านอิมามศอดิก(อ)ได้ทำการอธิบายคำว่า “มะอฺศูม” “ผู้บริสุทธิ์” จากบิฮารุลอันวารเล่ม 25 หน้า 194

المعصوم هوالمعتصم بالله من جميع المحارم

“ผู้บริสุทธิ์คือบุคคลที่ ได้รับการช่วยเหลือพิเศษจากอัลลอฮ์(ซบ)ให้ห่างไกลจากทุกๆความชั่วร้ายและความผิดบาป”

และพระองค์ผู้ทรงสูงส่งได้ตรัสในอัลกุรอานซูเราะฮฺอาลิอิมรอนโองการ 101

وَ مَن يَعْتَصِم بِاللَّهِ فَقَدْ هُدِىَ إِلىَ صرَِاطٍ مُّسْتَقِيم

“และผู้ใดที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว เขาได้ถูกนำทางไปสู่ทางนำอันเที่ยงตรงแล้ว”

คำอธิบาย : อัลลอฮฺ (ซบ) ทรงปกป้องและช่วยเหลือท่านศาสดาในทุกๆ ด้าน เพื่อนำไปสู่ทางอันเที่ยงตรง เห็นได้ว่า ในอัลกรุอานหลายๆโองการมีระบุไว้อย่างมากมาย อีกทั้งมีอัลฮาดิษต่างๆในอิสลามได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนถึงความบริสุทธิ์ของบรรดาศาสดาทั้งหลาย ล้วนได้รับการทำให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วทั้งสิ้น

33

ติดตามอ่านต่อ นะบูวะห์ (ตอนที่ 10)