โอวาทวันนี้ 16/02/2560

348

อัดลฺอิลาฮี (ตอนที่ 11)

♡ ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ♡

  • การทรงสร้างที่หลากหลาย ●

เรายังอยู่ในข้อสงสัยที่ 3 เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้านั้น มีรายละเอียดที่ซับซ้อนหลากหลายและมีความมหัศจรรย์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในทีนี้เราขอนำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับแมลง อาทิ หนอน แมลงวัน แมงมุม แมลงหวี่ แมลงตัวเล็กๆต่างๆเหล่านี้ พระองค์สร้างขึ้นมาทำไม มันไม่ได้มีอันตรายใดๆ ทว่าดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ไร้สาระด้วยซ้ำไป ประเด็นนี้บางส่วนเราได้อธิบายในบทความที่ผ่านมา(อัดลฺอิลาฮีที่ 10) เกี่ยวกับทุกสิ่งในธรรมชาติถูกสร้างมาต้องมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศมาแล้ว

คำถาม : เราเคยพิจารณาเห็นคุณลักษณะอันมหัศจรรย์ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงใส่อะไรไว้ในแมลงหรือไม่?

คำตอบ : หากพิจารณาด้วยการใช้สติปัญญาในประเด็นนี้ มี 2 คำตอบ ด้วยกัน คือ

1.มองเห็น
2.มองไม่เห็น

จะเห็นได้ว่า คุณลักษณะอันมหัศจรรย์ดังกล่าว แน่นอนว่า ประเภทที่มองไม่เห็นประโยชน์ของมันหรือพบว่าแมลงเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ ย่อมบอกว่ามันขัดกับความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า เพราะนิยามหนึ่งของความยุติธรรม คือ การมี “ฮิกมะฮ์” การมีวิทยปัญญา การมีปรัชญาของเป้าหมาย และการมีเหตุมีผล

คำถามต่อมา แมลงต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไร?

คำตอบ : แมลงบางชนิดมีปฏิกิริยาทางเคมีที่ซับซ้อน บ้างถูกสร้างมาเพื่อย่อยสลายสิ่งต่างๆ เช่น ย่อยขยะในโลก และคำตอบที่ดีกว่าเพราะพระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างสรรค์อย่างไม่สิ้นสุด จึงทำให้มนุษย์บางกลุ่มอาจยังเข้าไม่ถึงในรายละเอียด และยากต่อการทำความเข้าใจถึงประโยชน์ในการสร้างสรรพสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้

การที่มนุษย์ยังไม่สามารถรับรู้ถึงปรัชญาของเป้าหมายในการสร้างของสรรพสิ่งนั้นๆได้ ไม่ได้หมายความว่า สิ่งนั้นไม่มีประโยชน์ แต่ที่ไม่รู้เพราะเป็นความอ่อนแอทางสติปัญญาของมนุษย์ต่างหาก

ทว่า เมื่อมนุษย์ยอมรับในรากฐานเดิม คือ ในการสร้างของพระผู้เป็นเจ้านั้นมีฮิกมะฮ์ มีปรัชญาของเป้าหมาย มีเหตุมีผล พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ทรงฮากีม ผู้ทรงวิทยปัญญา พระองค์ทรงรอบรู้อีกทั้งกระทำอยู่บนความยุติธรรมและความเหมาะสมลงตัว และการทรงมีวิทยปัญญาอย่างล้ำลึกและสูงส่งนี้ ทำให้การกระทำของพระองค์นั้นทรงอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริงแท้และสมบูรณ์ กล่าวคือ ไม่มีสิ่งใดมาจากผู้ที่มีวิทยปัญญา นอกจากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีวิทยปัญญา ซึ่งโดยธรรมชาติของมนุษย์มีวิทยปัญญาที่เริ่มต้นมาจากความพยายาม และในบรรดาสาเหตุของความพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งการใช้สติปัญญา

ดั่งที่พระองค์ตรัสในคัมภีร์อัลกรุอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 269 ความว่า
——————
يُؤْتِي الْحِكْمَةَ مَن يَشَاءُ ۚ وَمَن يُؤْتَ الْحِكْمَةَ فَقَدْ أُوتِيَ خَيْرًا كَثِيرًا ۗ وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّا أُولُو الْأَلْبَابِ

“พระองค์จะทรงประทานความรู้ให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่ได้รับความรู้ แน่นอนเขาก็ได้รับความความดีอันมากมาย และไม่มีใครจะรำลึก นอกจากบรรดาผุ้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น”

คำอธิบาย : พระองค์จะทรงประทานความรู้ และผู้ใดที่ได้รับความรู้ แน่นอน ด้วยฮิกมะฮฺนี้ เขาย่อมเข้าใจถึงการสร้างโลกและสรรพสิ่งทั้งหลายของพระองค์นั้น ชัดเจนว่า อยู่บนรูปแบบที่สวยงามและงดงามยิ่ง ไม่มีความบกพร่องใดๆไปด้วย

ดังนั้น การที่มนุษย์ไม่รับรู้ถึงถึงเป้าหมายหรือประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีฮิกมะฮฺ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีเป้าหมาย เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะมีความรู้ในทุกเรื่องราว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มนุษย์ยังหาคำตอบไม่ได้และยังต้องค้นคว้ากันต่อไป นั้นหมายความว่า หากมนุษย์ต้องการรู้ จำเป็นต้องค้นคว้าหาคำตอบ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเรื่องราวของแมลงวัน หนอน ไส้เดือน ในปัจจุบันนี้ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายเหตุผลของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้

☆ ตัวอย่างที่ 1 “ประโยชน์ของ ไส้เดือน”

ปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่น ค้นพบว่า ไส้เดือนเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่มีคุณประโยชน์อย่างมากมาย ทว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศเมืองหนาว ด้วยสภาพภูมิอากาศทำให้ไส้เดือนไม่สามารอาศัยอยู่ได้นาน ทั้งๆที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างเครื่องจักรอิเล็คโทรนิค สร้างเครื่องยนต์ประเภทต่างๆได้ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะญี่ปุ่นไม่สามารถประดิษฐ์สิ่งเสมือนคุณสมบัติอย่างไส้เดือนได้ ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงสั่งซื้อไส้เดือนเป็นจำนวนมาก

ซึ่งจากการค้นคว้า ญี่ปุ่นค้นพบว่า ประโยชน์ของไส้เดือน โดยเฉพาะไส้เดือนดินจะมีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น โดยการชอนไชทำให้ดินร่วนซุย ทำให้การระบายน้ำและอากาศไปสู่ดินได้ดีขึ้น ไส้เดือนดินสามารถชอนไชลงใต้ดินได้ลึกกว่า 20 เมตร ซึ่งเป็นการไถพรวนทางธรรมชาติ ที่เครื่องกลทางการเกษตรไม่สามารถทำได้ และยังช่วยให้ดินอุดมสมบูรณ์โดยการช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารแก่ดิน

นอกจากนี้ยังพบว่าไส้เดือนดินมีประโยชน์ต่อพืชในการช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถบอกถึงการปนเปื้อนสารเคมีในดิน ด้วยการดูจำนวนของไส้เดือนในดิน ถึงปริมาณความหนาแน่นของประชากรไส้เดือนช่วยพลิกกลับดิน นำดินด้านล่างขึ้นมาด้านบนโดยการกินดิน ที่มีแร่ธาตุบริเวณด้านล่างและถ่ายมูลบริเวณผิวดินด้านบน ช่วยให้เกิดการผสมคลุกเคล้าแร่ธาตุในดิน นำแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในชั้นใต้ดินขึ้นมาด้านบนให้พืชดูดนำไปใช้ ได้อย่างมากมาย

☆ ตัวอย่างที่ 2

เราขอนำอีกตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของราชวงศ์ซะฟะวีย์ ของอิหร่าน ในยุคนั้นหลังจากระบบคอลีฟะฮ์รอชีดีนสิ้นสุด ก็เข้าสู่ระบบอามะวียีน ต่อมาเข้าสู่ระบบอับบาซียีน หลังจากนั้นระบบการปกครองอิสลามก็ล่มสลายลง

ซึ่งในช่วงที่ระบบการปกครองอิสลามล่มสลามนั้น เกิดการปกครองของมองโกลียะฮ์ มองโกลได้เข้ามาปกครองแผ่นดินอิสลาม ได้โค่นล้มระบบอับบาซียีน จนทำให้อาณาจักรอิสลาม (แผ่นดินอิสลาม) แตกเป็นส่วนย่อยๆ จนกระทั่งเกิดราชวงศ์ฟาฏีมียะฮ์ในอียิปต์และในเปอร์เซียหรืออิหร่านในปัจจุบัน ได้เกิดราชวงศ์ซะฟาวีย์ขึ้น และในตุรกีได้เกิดราชวงศ์อุษมานียะฮ์หรือ ออตโตมานเติร์ก ซึ่งทั้งมักกะฮ์และมะดีนะฮ์อยู่ใต้การปกครองของอุษมานียะฮ์ด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นพวกวาฮาบีได้ปรากฏขึ้นมาเพื่อรับใช้นักล่าอาณานิคมตะวันตก ปลุกระดมในคาบสมุทรอาหรับโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์อุษมานียะฮ์ อาณาจักรอิสลามยุคสุดท้าย ได้สิ้นสุดลงมาตั้งแต่นั้นมา

กลับมาที่เนื้อหาหลักของเรา ช่วงยุคสมัยราชวงศ์ซะฟาวีย์แห่งเปอร์เซีย พระราชาแห่งอาณาจักรเปอร์เซียได้ประพาสป่าล่าสัตว์ ในขณะที่ล่าสัตว์นั้น พระราชาองค์นี้สังเกตเห็นแมลงวันตัวเล็กๆ จึงหันมาถามอุลามาอฺผู้ติดตามว่า พระผู้เป็นเจ้าสร้างแมลงแบบนี้มาทำไม ฉันไม่เห็นมันจะมีประโยชน์อะไรเลย
อุลามาอฺ ได้ตอบว่า ทุกสรรพสิ่งนั้น พระผู้เป็นเจ้าสร้างมามีประโยชน์ มีปรัชญาของเป้าหมาย มีวิทยปัญญา พระองค์ไม่ได้สร้างสิ่งใดมาอย่างไร้สาระ พระราชาได้ยิ้มเยาะราวกับไม่ศรัทธาในคำวิสัชนา

หลังจากนั้นไม่นานพระราชาองค์นี้ได้ล้มป่วยลง เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ยากต่อการเยียวยารักษา เสวยโอสถหลายขนานก็ไม่ทุเลา กระทั่งมีหมอท่านหนึ่ง บอกว่าโรคของท่านนั้นไม่มีอะไรสามารถรักษาให้หายได้ นอกจากต้องไปหาแมลงชนิดหนึ่ง(ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่พระราชาเคยถามถึงประโยชน์ของมัน) มาทำยาเพื่อรักษาโรคนี้ สุดท้ายด้วยโอสถที่ทำมาจากแมลงนั้นเอง จึงสามารถรักษาโรคของพระราชาให้หายเป็นปกติได้

ประเด็นนี้ อัลกุรอานกล่าวไว้ในซูเราะฮฺ อัมบียา โองการที่ 16
——————
وَمَا خَلَقْنَا السَّمَاءَ وَالْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَا لَاعِبِينَ

“และเรามิได้สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง เพื่อการสนุกสนานอย่างไร้ประโยชน์”

คำอธิบาย : จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า อาจเป็นแค่ประโยชน์ส่วนหนึ่งของแมลงเท่าที่ความรู้ของมนุษย์สามารถรับรู้ได้

ดังนั้น ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น มีฮิกมะห์อยู่ในตัวของมัน มีปรัชญาของเป้าหมาย มีเหตุมีผล ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์มีความสามารถรับรู้มากน้อยเพียงใดนั่นเอง

เราอาจอธิบาย เหตุผลประกอบ เพื่อชี้ให้เห็นว่า ยิ่งวิชาการของมนุษย์พัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ เนื้อหาของลักษณะเหล่านี้ก็จะถูกค้นพบมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่ผลของ “หมามุ่ย” ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นประโยชน์มองมันและกลัวที่จะสัมผัสกับมันเพราะขนหมามุ่ยหากถูกผิวหนังจะทำให้มีอาการระคายเคือง คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดงเป็นอย่างมาก ทว่าในยุคนี้ มนุษย์ค้นพบสรรพคุณของหมามุ่ย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ ราก ใบ ฝัก เมล็ด ปัจจุบันถูกสกัดเป็นยา ที่มีชื่อเสียงเรียงนาม กำลังขายกันอยู่โด่งดังไปทั่วโลก

ในวันนี้ แน่นอนเราไม่สามารถที่จะยกตัวอย่างของทุกสรรพสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ได้เพราะความรู้ของมนุษย์มีจำกัด แต่การพิสูจน์ได้ถึงในบางสิ่งบางอย่างก็เพียงพอจะกล่าวได้ว่า การสร้างของพระองค์นั้นมีสาระและมีประโยชน์สำหรับมนุษย์หรือทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในโลกอย่างแน่นอน เพียงแต่รอความสามารถของมนุษย์ในการพิสูจน์สิ่งเหล่านี้เท่านั้นเอง


66

ติดตามอ่านต่อ อัดลฺอิลาฮี (ตอนที่ 12)