ไชฏอนศึกษา บทเรียนที่ 1 ตอนที่ 1

1070

วิชาตัฟซีร(การอรรถาธิบาย)พระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน

ไชฏอนศึกษา บทเรียนที่ 1 ตอนที่ 1

โดย ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

22 พฤศจิกายน 2557

ณ ศูนย์เรียนรู้จริยธรรมอิสลาม ตำบล ปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔
♔ ا لسَّلاَمُ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَةُ اللهِ وَبَرَكَاتُه ♔
ก่อนอื่นขอชูโกรในเนี๊ยะมัตและเตาฟิกที่เอกองค์อัลลอฮ์(ซบ.) ได้ประทานให้กับพวกเราทุกๆคน โดยเฉพาะเนี๊ยะมัตและเตาฟิกในวันนี้ คือ เนี๊ยะมัตและเตาฟิกแห่งการเรียนตัฟซีรอัลกุรอาน หรืออรรถาธิบายพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ถือเป็นการเรียนรู้วิชาการที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดจากทุกวิชาการที่เอกองค์อัลลอฮ์(ซบ.)ได้ประทานให้กับมนุษยชาติ

อัลกุรอานเป็นปฐมบทของทุกวิชาการ ความรู้ต่างๆทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยาและอื่นๆ แหล่งความรู้ที่ถูกต้องและสมบูรณ์อย่างแท้จริงนั้น คือ พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน คือ คัมภีร์ที่เอกองค์อัลลอฮ(ซบ.) ประกาศอย่างชัดแจ้ง พระองค์ส่งลงมาเพื่อชี้นำมนุษยชาติ เป็นคัมภีร์ที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ คัมภีร์ที่มีความมหัศจรรย์ในตัวของมันเอง คัมภีร์ที่ล้ำยุคล้ำสมัยอยู่ตลอดเวลา

1400 ปีที่ผ่านมาในอดีต ตราบจนถึงวันนี้ก็ยังคงล้ำยุคล้ำสมัย ที่สำคัญที่สุดเป้าหมายหลักที่ยิ่งใหญ่ของคัมภีร์เล่มนี้ ถูกประทานลงมาเพื่อนำมวลมนุษยชาติไปสู่ความสูงสุดของการเป็นมนุษย์ ไปสู่ความสมบูรณ์ของการเป็นมนุษย์ และเกียรติยศอันสูงสุดของการเป็นมนุษย์
ไม่มีวิชาการใดๆในโลกที่จะนำมนุษย์ไปสู่ความสำเร็จขั้นสูงสุดได้ เว้นแต่วิชาการที่มาจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และยังมีคุณลักษณะอื่นๆมากมาย ทุกตัวอักษร ทุกฮุรุฟ(ตัวอักษร) ของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จะมีผลบุญหรือมรรคผล ที่มนุษย์ไม่สามารถจะประเมินค่าได้
ในริวายัตในฮาดิษต่างๆนั้น ได้ยืนยัน บางตัวอักษรในบางซูเราะฮ์ หนึ่งตัวอักษร ที่เราอ่านไปนั้น ผลรางวัลที่มนุษย์จะได้รับ คือ ‘ปราสาท’ หรือ ‘วัง’ในสรวงสวรรค์ สวนดอกไม้ที่สวยงามในสรวงสวรรค์ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการเปรียบเทียบ เปรียบเปรยให้มนุษย์ ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของคัมภีร์นี้
มนุษย์ที่ดำเนินชีวิตในโลกนี้ ในดุนยาเขาต้องทุ่มเทอย่างมากมายขนาดไหน เขาถึงจะได้บ้านหลังสวยๆสักหนึ่งหลัง อย่าว่าแต่ ‘ปราสาท’หรือว่า ‘วัง’เลย คนบางคนต้องต่อสู้ทั้งชีวิต ก็อาจจะไม่ได้บ้านเป็นของตนเอง ตั้งแต่เกิดจนตายอาจจะอยู่แต่บ้านเช่า มีสักกี่คนที่จะประสบความสำเร็จที่จะมีบ้านเหมือนกับวัง เพราะอัลกุรอานใช้คำว่าปราสาทหรือวัง สถานที่พำนักที่มีความสุข
ผลของการอ่านอัลกุรอาน ผลบุญของหนึ่งฮูรุฟ จากการอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เรามีริวายัตในลักษณะนี้ ที่ชี้ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเล่มนี้
ดังนั้น การเรียนหรือการทำความเข้าใจพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้น คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของมุสลิม หรือจะกล่าวได้ว่าไม่มีอะไรจะสำคัญไปมากกว่านี้ แต่จะต้องเป็นการอ่านที่ถูกต้องตรงตามเป้าหมายของการประทานคัมภีร์นี้ลงมา
วิชาที่จะทำให้เราเข้าใจคัมภีร์เล่มนี้ของเอกองค์อัลลอฮ์(ซบ.) คือ วิชาตัฟซีร การอรรถาธิบาย มีฮาดิษอย่างชัดแจ้ง ไม่ใช่ให้อ่านเพียงอย่างเดียว การอ่านเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญสนใจในเป้าหมายของคัมภีร์เล่มนี้ อาจจะได้ผลที่ตรงกันข้ามได้
ลักษณะให้ผลตรงกันข้ามนั้น เราก็มีฮาดิษ มีรีวายัตที่รายงานมาในลักษณะนี้ เป็นการอ่านที่ดูหมิ่นคัมภีร์เล่มนี้ และมีฮาดิษอย่างชัดแจ้ง

رب تالٍ القرآن والقرآن يلعنه

ความว่า “มีบางคนอ่านอัลกุรอาน แล้วอัลกุรอานได้ทำการสาปแช่งพวกเขา”
ยังมีเนื้อหาอีกมากมาย ซึ่งอินชาอัลลอฮ์….จะค่อยๆนำเสนอให้ได้เห็นถึงความสำคัญ ที่ชีวิตพวกเราทุกๆคนจะต้องอยู่คู่กับคัมภีร์อัลกุรอาน คัมภีร์เดียวที่มีคำตอบให้กับมนุษยชาติ ทุกๆปัญหาในชีวิต ทุกเรื่องราวที่สำคัญเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ พระมหาคัมภีร์เล่มนี้มีคำตอบให้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านนอกหรือปัญหาด้านใน ปัญหาแห่งจิตวิญญาณ ถึงขั้นที่พระมหาคัมภีร์กุรอานใช้คำว่า

‘ يشفي ما في الصدور’

ความว่า “บำบัดรักษาสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอกของมนุษย์”
เข้าไปบำบัดรักษา แม้แต่เรื่องราวและปัญหาต่างๆที่อยู่ในทรวงอกของเรา ไม่ว่าเราจะมีโรคร้ายประเภทใดในทรวงอก โรคคับแค้นใจ โรคอะไรก็ตาม คัมภีร์เล่มนี้รักษาได้ ทั้งภายนอกทั้งภายใน และนำวิถีชีวิตให้กับมวลมนุษยชาติ
ในเรื่องความตกต่ำของอุมมัตอิสลาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็มาจากที่พวกเขาไม่ให้ความสำคัญกับพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน พวกเขาทอดทิ้งคัมภีร์ ทั้งๆที่เรามีคัมภีร์ที่ดีที่สุด จะไม่มีคัมภีร์ใดอีกแล้วที่จะดีไปกว่าพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน
ท่านนบีมูฮัมหมัด(ศ็อล) เป็นศาสดาองค์สุดท้ายของอัลลอฮ์(ซบ.) อัลกุรอานก็เป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายที่อัลลอฮ์(ซบ.) ประทานให้กับมวลมนุษยชาติ
ด้วยเหตุผลหนึ่ง ที่ผมมีความตั้งใจมานานว่า….

วันหนึ่งจะต้องสอนตัฟซีรอัลกุรอาน ตัฟซีรเบื้องต้นอย่างน้อยๆให้พี่น้องผู้ศรัทธานั้น ได้เข้าใจอะไรที่ลึกซึ้งกว่าปกติธรรมดา จากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน หรือเรียกว่าเข้าใจตัฟซีรขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นประโยชน์เป็นอย่างมากในการดำเนินชีวิตของพวกเรา
อัลฮัมดุลิลลาฮ์ …วันนี้ได้ประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ของผม ที่มีมานานเป็นอย่างมาก ที่จะเปิดสอนตัฟซีรอัลกุรอาน วิชาการที่มีความสำคัญที่สุดกับชีวิตของมวลมุสลิมทุกคน มุสลิมจะประสบความสำเร็จในการเป็นมุสลิมอย่างแท้จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน
นักต่อสู้ในโลกมุสลิม

ท่านซัยยิดญะมาลุดดีน อัล-อัฟฆอนี คือหนึ่งในนักต่อสู้ในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามในศตวรรษที่แล้ว นักต่อสู้ที่โลกมุสลิมทั้งพี่น้องซุนนะฮ์และพี่น้องชีอะฮ์ยอมรับในการต่อสู้และการเผยแพร่ ท่านเดินทางไปทั่วทั้งโลกในแผ่นดินอิสลาม เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุมมัตอิสลาม และขบวนการอิสลามต่างๆที่เกิดขึ้น ขบวนการที่เป็นบวก ไม่ว่าจะเป็น ‘ขบวนการ อิควาน มุสลิม’ที่ก่อตัวขึ้นมาในอียิปต์ หรือ ‘ขบวนการญามีอัลอิสลามี’ที่ก่อตัวขึ้นมาในปากีสถาน และขบวนการมุสลิมในอินเดีย
แม้แต่ขบวนการต่อสู้ในอดีตในอิหร่านนั้น ก็มาจากหนึ่งเหตุผลของการออกเดินทางเผยแพร่แนวคิดอิสลามอันสูงส่ง ท่านได้มีวาทกรรมหนึ่ง ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของพี่น้องมุสลิมว่า ทำไมถึงตกต่ำถึงขนาดนี้

ท่านซัยยิดญะมาลุดดีน อัล-อัฟฆอนี ได้กล่าวเอาไว้ว่า ชาวคริสเตียนในยุโรป ประสบความเจริญรุ่งเรืองกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรม กลายเป็นประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ผู้นำทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจต่างๆทั้งหมดนั้น
<<<< หนึ่งในเหตุผลที่สำคัญ ที่ทำให้พวกเขาพบกับความเจริญรุ่งเรืองทั้งหมด เพราะเขาละทิ้งคัมภีร์ไบเบิล !!

ชาวยุโรปหรือชาวคริสต์ในยุโรป ที่เขาประสบความเจริญรุ่งเรือง เพราะเขาละทิ้งคัมภีร์ไบเบิล !! >>>
ทำไมท่านซัยยิดญะมาลุดดีน อัล-อัฟฆอนีจึงพูดเช่นนี้ ?

เพราะคัมภีร์ไบเบิลนั้นขัดกับวิทยาศาสตร์ ขัดกับความเจริญของมนุษย์ทางด้านวิทยาศาสตร์
“คัมภีร์ไบเบิล”จริงๆแล้วไม่ใช่คัมภีร์ของอัลลอฮ์(ซบ.) แต่เป็นคัมภีร์ที่ถูกสังคายนา ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ในคัมภีร์นั้นสอนให้มนุษย์เชื่อว่าโลกแบน ในคัมภีร์นั้นสอนให้มนุษย์ปฏิเสธความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
เมื่อบรรดาพระนักบวชคริสต์ต่างๆหรือโป๊ป ได้ขึ้นมามีอำนาจ ก็บังคับความศรัทธาไม่ให้คนเชื่อในเรื่องของวิทยาศาสตร์
ยุคหนึ่งสมัยนั้นเรียกว่า ยุคเรเนซอง(Renaissance) ยุคที่พระนักบวชชาวคริสต์มีอำนาจ แม้แต่จักรพรรดิต่างๆในยุโรปก็เกรงกลัวต่ออำนาจของนักบวชชาวคริสต์
แม้แต่บรรดากษัตริย์ในยุโรปก็เกรงกลัว มีการตัดสินลงโทษโดยเผาทั้งเป็น และประหารชีวิตบรรดาวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่าโลกกลม บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเสนอให้กับชาวคริสต์ จึงเกิดกระแสการต้านศาสนาขึ้นมา เกิดระบบเซคคิวลาร์(secularism)ขึ้นมา เกิดความคิดที่จะต้องแบ่งศาสนจักรกับอาณาจักรออกจากกัน
ศาสนจักรหรืออำนาจของศาสนา ต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอาณาจักรต่างๆ จนกระทั่งนำไปสู่การปฏิเสธความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิล
ท่านซัยยิดญะมาลุดดีน อัล-อัฟฆอนี ได้พูดต่อไปว่า “ แต่มุสลิมนั้นประสบกับความตกต่ำ เพราะเขาทิ้งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน”

คัมภีร์ที่ทุกความเจริญ ทุกความล้ำยุค ทุกความก้าวหน้าไม่ว่าด้านใด เมื่อถูกพิสูจน์ จะพบว่าพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวไว้และได้ชี้แนะไว้ล่วงหน้าว่า เป็นพระมหาคัมภีร์ที่ล้ำยุคล้ำสมัย
ขอเกริ่นนำ ให้พี่น้องทำความเข้าใจเนื้อหาเรื่องราวแห่งอัลกุรอาน ยกตัวอย่างง่ายๆที่สุด คือ
วันนี้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางด้านสุขศึกษา ได้ค้นพบว่า “นมแม่” คืออาหารที่ประเสริฐที่สุดสำหรับทารก มีการรณรงค์โดยใช้บุคคลสำคัญๆ มารณรงค์ให้ลูกดื่มนมแม่ (เพิ่งรณรงค์เมื่อไม่นานนี้เอง) ที่โรงพยาบาลต่างๆจะมีป้าย “ขวดนมห้ามเข้า” สิ่งต่างๆทั้งหมดเริ่มจะมารณรงค์ วิทยาศาสตร์การแพทย์สุขศึกษา เพิ่งจะมาพบความจริง
ถ้าเราย้อนหลังไปเมื่อสามสี่สิบปีที่แล้ว มีการรณรงค์ให้ดื่มนมกระป๋องว่า ดีมีประโยชน์ ในมุมกลับกัน โลกมีมาไม่รู้กี่พันปี แต่มนุษย์เพิ่งจะรณรงค์มีการเผยแพร่ แต่เมื่อเราเปิดอ่านในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ในซูเราะห์ อัลบากอเราะฮ์ (อายะ 233) อัลลอฮ์(ซบ.) ได้อธิบายการให้นมบุตรอย่างละเอียด อย่างน้อยที่สุดจะต้องให้ลูกดื่มนมเป็นเวลาหกเดือนจนถึงสองปี

وَالْوَالِدَاتُ يُرْضِعْنَ أَوْلَادَهُنَّ حَوْلَيْنِ كَامِلَيْنِ لِمَنْ أَرَادَ أَن يُتِمَّ الرَّضَاعَةَ

ความว่า “และมารดาทั้งหลายนั้น จะให้นมแก่ลูก ๆ ของนางภายในสองปีเต็ม สำหรับผู้ที่ต้องการ จะให้ครบถ้วนในการให้นม”
ศาสตร์ในอิสลามบางอย่างนั้น ไม่ได้สอนในเชิงบังคับ แต่ให้ความรู้กับมนุษย์ ให้มนุษย์รู้ไว้ว่านี่คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าแนะนำ
ตัวอย่างที่หนึ่ง

เราไม่ต้องรอให้ชาติตะวันตกค้นพบ คำว่า “นมแม่” ดีที่สุด เพราะคัมภีร์ของเราได้บอกล่วงหน้ามาเป็นพันปี และตัวอย่างลักษณะนี้ในเรื่องอื่นๆในระบบเศรษฐกิจในประเพณีในวัฒนธรรมต่างๆก็ถูกพิสูจน์เมื่อวิทยาศาสตร์เจริญแล้ว

เมื่ออะไรก็ตามที่เจริญขึ้น เราจะพบว่า ความเจริญต่างๆที่มนุษย์ค้นพบนั้น ได้ถูกกล่าวและถูกแนะนำเอาไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเกือบจะทุกเรื่องแล้ว

เราเพียงแต่รอวันเวลา สิ่งหลักๆสิ่งสำคัญที่กำลังถูกพิสูจน์ขึ้นมา
ตอนนี้มนุษย์ก็ยอมรับแล้วว่า สิ่งหนึ่งที่ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานปฏิเสธอย่างหนักแน่นและชัดแจ้ง
ตัวอย่างที่สอง

ที่ถือว่าเป็นความชั่วร้ายที่สุด ที่อัลกุรอานพูดถึง คือ “เศรษฐกิจระบบดอกเบี้ย” ซึ่งถ้าเราย้อนหลังไปประมาณสักสี่ห้าสิบปีก่อน จะเห็นได้ว่า เราพูดถึงในระบอบเศรษฐกิจที่เป็นหลักใหญ่ก่อน ไม่มีใครเคยคิด เคยฝันว่า “ระบบเศรษฐกิจดอกเบี้ย” ระบบเงินกู้ข้ามชาติต่างๆ จะกระทบกับเศรษฐกิจโลกอย่างยิ่งยวด แต่หลังจากปี พ.ศ. 2540 คนไทยได้เห็น และประสบกับความขมขื่นและความเจ็บปวดของมันแล้ว และวันนี้โลกทั้งโลกกำลังพิจารณา กำลังหาทางออกจากระบบเศรษฐกิจที่เลวร้ายนี้
อินชาอัลลอฮ์….วันหนึ่งโลกจะต้องพัฒนาไปถึงขั้น ยอมรับคำสั่งสอนในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า “ระบบเศรษฐกิจ” นี้ คือ ระบบที่ทำลายเศรษฐกิจของมวลมนุษย์ชาติ และอัลกุรอานปฏิเสธอย่างหนักแน่นและชัดเจน ถึงขั้นใช้คำที่ว่า ใครที่เอาระบบนี้ ใครที่กินดอกเบี้ย คนๆนั้นกำลังประกาศสงคราม กับอัลลอฮ์(ซบ.)

ผมยกสักสองตัวอย่างพอสังเขป เรื่องอื่นๆทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมสังคมได้ถูกทำการอรรถาธิบายไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานทั้งหมด ปัญหาก็เหมือนกับที่ท่านซัยยิด ญะมาลุดดีน อัล-อัฟฆอนีได้กล่าวเอาไว้ว่า….
“ปัญหา คือ มุสลิมนั้นทอดทิ้งอัลกุรอาน มุสลิมนั้นไม่ศึกษาอัลกุรอาน
อย่างแท้จริง ความตกต่ำจึงเกิดกับโลกอิสลามในยุคปัจจุบัน”
♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔

♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔

(โปรดติดตามตอนที่ 2 )

ถอดบทความโดย  :  Solihah zahra binti Solah

เรียบเรียงโดย วันปาซียะฮ์ บินตีวันอิสมาแอล

ภาพประกอบโดย มูฮัมหมัดฮูซัยนี บิน ซัมซูดีน

♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔